
มีคำกล่าวติดปากกันมานานว่าคนถนัดซ้ายมักจะฉลาดหัวดีและมีความเป็นอัจฉริยะมากกว่าคนถนัดขวาจนทำให้หลายคนเกิดความสงสัยว่ามือข้างที่เราใช้เขียนหนังสือหรือจับข้าวของนั้นเป็นตัวกำหนดระดับสติปัญญา (IQ) ของเราจริงหรือ? คำตอบในเชิงวิทยาศาสตร์และการแพทย์ในปัจจุบันระบุชัดเจนว่าไม่เป็นความจริงระดับ IQ ของคนถนัดซ้ายและคนถนัดขวาแทบไม่แตกต่างกันเลยความเชื่อเรื่องความฉลาดกับมือข้างที่ถนัดจึงเป็นเพียงข้อสันนิษฐานและภาพจำที่ส่งต่อกันมาเท่านั้นทำไมเราถึงชอบคิดว่าคนถนัดซ้ายฉลาดกว่า? สาเหตุที่สังคมมักเชื่อมโยงคนถนัดซ้ายเข้ากับความอัจฉริยะ เกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก
- กลไกการทำงานของสมองของมนุษย์ทำงานแบบสลับข้างโดยสมองซีกขวาจะควบคุมร่างกายซีกซ้ายซึ่งสมองซีกขวานี้โดดเด่นเรื่องจินตนาการความคิดสร้างสรรค์การมองภาพรวมและมิติสัมพันธ์คนจึงมักคิดว่าคนถนัดซ้ายต้องมีความคิดสร้างสรรค์สูงกว่า
- อคติจากการเลือกจำ (Confirmation Bias) เมื่อเราเห็นบุคคลระดับโลกที่เป็นคนถนัดซ้าย เช่น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์, ลีโอนาร์โด ดา วินชี หรือบิล เกตส์ เรามักจะจดจำได้ดีและฝังใจว่าคนเก่งต้องถนัดซ้ายทั้งที่ในความเป็นจริงอัจฉริยะและคนประสบความสำเร็จส่วนใหญ่บนโลกก็เป็นคนถนัดขวาเช่นกัน
สิ่งที่กำหนดความฉลาดแท้จริงคืออะไร? ทางการแพทย์ชี้ว่าระดับสติปัญญาและความสามารถของสมองไม่ได้ถูกล็อกไว้ด้วยข้างของมือแต่เกิดจากปัจจัยผสมผสานหลายอย่าง
- พันธุกรรมและโครงสร้างสมองเป็นเพียงฐานรากเริ่มต้น
- โภชนาการที่ได้รับการดูแลสมองตั้งแต่ช่วงปฐมวัย
- การฝึกฝนและสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ประสบการณ์และการแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวัน
ข้อเท็จจริงทางสุขภาพเสริม: สิ่งที่คนถนัดซ้ายมักจะโดดเด่นกว่าไม่ใช่เรื่อง IQ แต่คือ ความยืดหยุ่นของสมอง (Neuroplasticity) เนื่องจากโลกใบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อคนถนัดขวาเป็นหลัก เช่น กรรไกร โต๊ะเรียน คันเกียร์รถทำให้คนถนัดซ้ายต้องปรับตัวและใช้สมองทั้งสองซีกร่วมกันอยู่เสมอในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
คำแนะนำเพื่อการดูแลและพัฒนาสมองใช้ได้ทั้งซ้ายและขวาไม่ว่าคุณหรือลูกหลานจะถนัดมือข้างไหนคุณสามารถเพิ่มศักยภาพสมอง สร้ากระบวนการคิดเชิงสร้างสรรค์และชะลอความเสื่อมของสมองได้ด้วยวิธีเหล่านี้
- ฝึกใช้มือข้างที่ไม่ถนัดลองใช้มือข้างที่ไม่ถนัดแปรงฟันถือแก้วน้ำหรือจับเม้าส์วันละ 5-10 นาที การทำเช่นนี้เป็นการกระตุ้นเซลล์สมองซีกที่ไม่ค่อยได้ใช้งานให้สร้างเครือข่ายเส้นประสาทใหม่ๆ
- เติมสารอาหารบำรุงสมองเน้นอาหารที่มี Omega-3 (ปลาทะเล ถั่ว วอลนัท), วิตามิน B-Complex และสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อสนับสนุนการทำงานของสารสื่อประสาท
- ออกกำลังกายแบบใช้การประสานงาน (Coordination) เช่น การเล่นดนตรี (โดยเฉพาะกีตาร์หรือเปียโนที่ต้องใช้สองมือทำงานต่างกัน), เต้นรำหรือเล่นกีฬาประเภทแร็กเก็ต จะช่วยกระตุ้นสมองทั้งสองซีกพร้อมกัน
สรุป: มือที่ถนัดเป็นเพียงความถนัดของร่างกายไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จหรือระดับสติปัญญา ความฉลาดที่แท้จริงเกิดจากการไม่หยุดเรียนรู้และฝึกฝนสมองอย่างสม่ำเสมอในทุกๆวัน
Leave a Reply