
หากพูดถึงกลยุทธ์สงครามที่คลาสสิกและชาญฉลาดที่สุดในประวัติศาสตร์โลกหลายคนย่อมคุ้นเคยกับม้าโทรจันจากมหากาพย์อีเลียดที่ชาวกรีกใช้ซ่อนทหารแอบเล็ดลอดเข้าสู่เมืองทรอยใครจะคาดคิดว่ากลยุทธ์อายุหลายพันปีนี้กำลังถูกนำมาต่อยอดเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้วงการแพทย์สมัยใหม่ใช้รับมือกับกลิโอบลาสโตมา (Glioblastoma) มะเร็งสมองชนิดที่รุนแรงและรักษาได้ยากที่สุดในโลกความท้าทายทำไมมะเร็งสมองจึงเป็นโจทย์ยาก?กลิโอบลาสโตมาถือเป็นฝันร้ายของผู้ป่วยและแพทย์มาอย่างยาวนานด้วยสถิติอัตรารอดชีวิตที่ต่ำมากโดยมีผู้ป่วยเพียง 30% เท่านั้นที่อยู่รอดเกิน 2 ปีแม้จะผ่านการผ่าตัดฉายรังสีและเคมีบำบัดอย่างครบถ้วนแล้วก็ตาม
อุปสรรคสำคัญ คือกลไกตามธรรมชาติของร่างกายอย่างผนังกั้นระหว่างหลอดเลือดสมองกับสมอง (Blood-Brain Barrier หรือ BBB) ซึ่งทำหน้าที่เป็นป้อมปราการคอยคัดกรองและป้องกันสารแปลกปลอมไม่ให้เข้าสู่สมองส่งผลให้ตัวยาหรือวิธีการรักษาทั่วไปไม่สามารถเดินทางไปเข้าถึงและทำลายก้อนเนื้องอกได้โดยตรง
นวัตกรรมม้าโทรจันน้ำตาลเมื่อความหิวของเซลล์กลายเป็นช่องทางรักษา
เพื่อทะลวงผ่านป้อมปราการนี้คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอเรกอน (Oregon State University) ประเทศสหรัฐอเมริกาจึงได้คิดค้นระบบนำส่งยาอัจฉริยะโดยอาศัยธรรมชาติของสมองและเซลล์มะเร็งที่ต้องการพลังงานมหาศาลซึ่งสารให้พลังงานหลักที่สมองโปรปรานก็คือน้ำตาลนั่นเองทีมวิจัยจึงได้พัฒนาเทคโนโลยีการขนส่งยาโดยมีกระบวนการทำงานที่น่าสนใจดังนี้
- สร้างอนุภาคเลียนแบบนำน้ำตาลชนิดแมนโนส (Mannose) มาเชื่อมเข้ากับคอเลสเตอรอลซึ่งเป็นโครงสร้างไขมันที่ช่วยอัดแน่นน้ำตาลไว้บนพื้นผิวอนุภาค
- ตบตาโปรตีนนำส่งเปลือกน้ำตาลนี้ทำหน้าที่หลอกโปรตีนนำส่งชนิด GLUT1 ที่ผนังกั้นหลอดเลือดให้ยอมพายาที่ซ่อนอยู่ภายในข้ามผ่านเข้าสู่สมองได้สำเร็จโดยผลการทดลองพบว่าอนุภาคเคลือบน้ำตาลนี้สามารถผ่านเข้าสู่สมองได้ดีกว่าปกติเกือบ 10 เท่า
- โจมตีตรงจุดด้วยความต้องการพลังงานเซลล์เนื้องอกมะเร็งมีความต้องการพลังงานสูงมากจนมีตัวรับ GLUT1 มากกว่าเนื้อเยื่อสมองปกติถึง 3 เท่าทำให้เนื้องอกดึงดูดอนุภาคน้ำตาลนี้เข้าไปหาตัวโดยตรง
- ปล่อยระเบิดเวลาชีวภาพภายในอนุภาคจะบรรจุสาร mRNA ซึ่งทำหน้าที่เป็นคำสั่งทางพันธุกรรมสั่งให้เซลล์มะเร็งสร้างโปรตีนขึ้นมาเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของก้อนเนื้อด้วยตัวเองเปรียบเสมือนทหารกรีกที่รอเวลาเปิดประตูเมืองจากด้านใน
ผลลัพธ์จากการทดลองและก้าวต่อไปจากการทดลองในหนูทดลองทีมนักวิจัยพบตัวเลขที่น่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง
- ยับยั้งการลุกลามช่วยลดการเติบโตของเนื้องอกเหลือเพียง 2.3% จากเดิม 52% ภายในระยะเวลา 28 วัน
- ยืดอายุขัยเพิ่มอายุขัยเฉลี่ยของหนูทดลองจาก 33 วัน เป็น 49 วัน
- ความปลอดภัยสูงวิธีการนี้ไม่พบความเป็นพิษต่ออวัยวะสำคัญอื่นๆของร่างกายแม้ว่าจะมีการให้ยาซ้ำก็ตาม
แม้ว่าในปัจจุบันงานวิจัยนี้จะยังอยู่ในขั้นตอนการทดลองกับสัตว์และจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในเซลล์มนุษย์ในอนาคตแต่อุปกรณ์และแพลตฟอร์มการส่งยานี้ถือเป็นแสงสว่างและความหวังครั้งใหม่ที่ไม่เพียงแต่วางรากฐานในการปฏิวัติการรักษามะเร็งสมองเท่านั้นแต่อาจถูกต่อยอดไปใช้รักษาโรคทางระบบประสาทและสมองอื่นๆได้อีกมากมายในอนาคต
Leave a Reply