
โดยโรคแบคทีเรียกินเนื้อคน หรือ Necrotizing fasciitis มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตคอคคัส กลุ่มเอ อย่างไรก็ตามการระบาดของโรคนี้ยังไม่อยู่ในระดับที่เป็นอันตรายเทียบเท่ากับโรคทางเดินหายใจต่างๆ Necrotizing fasciitis เป็นโรคติดเชื้อบริเวณผิวหนัง ซึ่งสร้างความเสียหายถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง หรือในบางกรณีพบการติดเชื้อในชั้นกล้ามเนื้อร่วมด้วย โดยสาเหตุของโรคมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ได้แก่ สเตร็ปโตค็อกคัส กลุ่มเอ (𝘚𝘵𝘳𝘦𝘱𝘵𝘰𝘤𝘰𝘤𝘤𝘶𝘴 𝘱𝘺𝘰𝘨𝘦𝘯𝘦𝘴) สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (𝘚𝘵𝘢𝘱𝘩𝘺𝘭𝘰𝘤𝘰𝘤𝘤𝘶𝘴 𝘢𝘶𝘳𝘦𝘶𝘴) เคล็บเซลลา (𝘒𝘭𝘦𝘣𝘴𝘪𝘦𝘭𝘭𝘢 𝘴𝘱𝘱.) อีโคไล (𝘌𝘴𝘤𝘩𝘦𝘳𝘪𝘤𝘩𝘪𝘢 𝘤𝘰𝘭𝘪) วิบริโอ (𝘝𝘪𝘣𝘳𝘪𝘰 𝘴𝘱𝘱.) คลอส ตริเดียม เพอร์ฟริงเจนส์ (𝘊𝘭𝘰𝘴𝘵𝘳𝘪𝘥𝘪𝘶𝘮 𝘱𝘦𝘳𝘧𝘳𝘪𝘯𝘨𝘦𝘯𝘴) และแอโรโมแนส ไฮโดรฟิลา (𝘈𝘦𝘳𝘰𝘮𝘰𝘯𝘢𝘴 𝘩𝘺𝘥𝘳𝘰𝘱𝘩𝘪𝘭𝘢) โดยอาจติดได้หลายชนิดร่วมกัน กลุ่มเสี่ยงของโรคนี้ คือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ตับแข็ง ผู้ที่กินยากดภูมิคุ้มกัน รวมทั้งเกษตรกรที่มักต้องไปย้ำดินย้ำน้ำในขณะที่มีบาดแผล อาการของโรค ส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรงเนื่องจากพยาธิสภาพจะเกิดบริเวณชั้นใต้ผิวหนัง บางรายมีอาการบวมแดง ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ในตอนที่อาการรุนแรงมากและมีความผิดปกติ เช่น สีของผิวหนังที่เปลี่ยนไป บางรายมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือดร่วมด้วย ดังนั้นการวินิจฉัยส่วนใหญ่จึงต้องทำการผ่าตัดเพื่อนำสิ่งส่งตรวจไปวิเคราะห์หาสาเหตุของโรค ทั้งนี้วิธีการรักษา คือการให้ยาต้านจุลชีพทางหลอดเลือดดำและนำเนื้อเยื่อที่เสียหายออกให้มากที่สุด โรคนี้เคยระบาดในไทยเมื่อปี พ.ศ. 2562 ที่จังหวัดน่าน โดยจะพบมากในเกษตรกร ในปัจจุบันยังพบการระบาดอยู่ในไทยประมาณ 15.5 คนในประชากรหนึ่งแสนคน และมีอัตราการเสียชีวิตร้อยละ 17-49 ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อ โรคนี้ยังเป็นสาเหตุของ “เบาหวานตัดขา” เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานมีภูมิคุ้มกันที่ต่ำกว่าปกติ เมื่อติดเชื้อ เชื้อจึงลุกลามได้ง่ายกว่าคนปกติ
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://web.facebook.com/theprincipiaco
Leave a Reply