ทำความรู้จักวิตามินบำรุงสมอง

โดยทั่วไปวิตามินบำรุงสมองสามารถได้รับจากการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งวิตามินที่ช่วยบำรุงสมองนั้นมีอยู่หลายชนิด ดังนี้

1. วิตามินเอ

หลายคนอาจรู้มาก่อนแล้วว่าวิตามินเอเป็นวิตามินบำรุงสมองที่มีส่วนช่วยในการมองเห็น บำรุงผิวพรรณ และช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน แต่รู้หรือไม่ว่าวิตามินเอมีส่วน ช่วยในการทำงานของสมองด้วย

สารกลุ่มแคโรทีนอยด์ (Carotenoids) จัดเป็นโปรวิตามินเอ (Provitamin A) ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายสามารถแปลงไปเป็นวิตามินเอได้ โดยสารที่เป็นที่รู้จักอย่างเบต้าแคโรทีน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยเสริมการทำงานของการรับรู้และความจำ รวมทั้งช่วยป้องกันความเสียหายของเซลล์ประสาทในสมองที่อาจนำไปสู่โรคพาร์กินสัน และอัลไซเมอร์

โดยเบต้าแคโรทีนนั้นจะพบมากในผักผลไม้ที่มีสีเหลือง ส้ม และแดง เช่น แครอท ฟักทอง มะเขือเทศ พริกหวานสีเหลืองและแดง แคนตาลูป และมันหวาน รวมทั้งผักใบเขียว เช่น ปวยเล้ง เคล และตำลึง

หญิงตั้งครรภ์ควรไม่ควรรับประทานอาหารเสริมวิตามินเอ เนื่องจากหากได้รับมากเกินไปอาจส่งผลให้เกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้

2. วิตามินบี

วิตามินบี 6 วิตามินบี 9 และวิตามินบี 12 เป็นวิตามินบำรุงสมองที่มีส่วนช่วยในการเผาผลาญโฮโมซิสเทอีน (Homocysteine) ซึ่งสารที่เกิดจากการย่อยสลายของอาหารประเภทโปรตีน หากมีสารนี้สะสมในร่างกายปริมาณมาก อาจทำให้เกิดหลอดเลือดสมองได้รับความเสียหาย และทำให้ความคิดและความจำเสื่อมถอยลง ซึ่งอาจนำไปสู่โรคสมองเสื่อม หรือโรคหลอดเลือดสมองได้

วิตามินบี 6 ยังมีส่วนช่วยปรับสมดุลของอารมณ์ เนื่องจากเป็นสารที่จำเป็นต่อการสร้างสารสื่อประสาท เช่น เซโรโทนิน (Serotonin) โดปามีน (Dopamine) และกรดแกมมาอะมิโนบิวทีริก (Gamma-Aminobutyric acid หรือ GABA) ที่ทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์ นอกจากนี้ งานวิจัยยังพบว่าผู้สูงอายุที่ขาดวิตามินบีอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคซึมเศร้าได้

แหล่งของวิตามินบี เช่น ธัญพืชไม่ขัดสี เนื้อไก่ เนื้อหมู เครื่องในสัตว์ ปลาและอาหารทะเล ผักใบเขียว ถั่ว และธัญพืช ซึ่งคนโดยทั่วไปมักได้รับวิตามินบีอย่างเพียงพอจากการรับประทานอาหาร

อย่างไรก็ตาม การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีวิตามินบีนั้นจำเป็นเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่แพทย์วินิจฉัยว่ามีภาวะขาดวิตามินบี ไม่ควรซื้ออาหารเสริมมารับประทานเองเพื่อหวังผลในการรักษาโรคเกี่ยวกับสมองโดยไม่ได้อยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

3. วิตามินซี

วิตามินซีเป็นวิตามินบำรุงสมองที่มีบทบาทสำคัญในการสังเคราะห์สารสื่อประสาทในสมองหลายชนิด และปรับสมดุลการปล่อยสารสื่อประสาทในเซลล์ประสาท วิตามินซียังมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งอนุมูลอิสระอาจทำให้ระบบประสาทและสมองเกิด ความเสียหายของ และเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคสมองเสื่อม วิตามินซีจึงช่วยชะลอความเสื่อมถอยของทักษะทางความคิดและความจำ

งานวิจัยพบว่า วิตามินซีอาจมีส่วนช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis) และโรคทางจิต เช่น โรคจิตเภท (Schizophrenia) โรคซึมเศร้า และโรควิตกกังวล

งานวิจัยพบว่า วิตามินซีอาจมีส่วนช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis) และโรคทางจิต เช่น โรคจิตเภท (Schizophrenia) โรคซึมเศร้า และโรควิตกกังวล

วิตามินซีพบมากในผักผลไม้ เช่น มะเขือเทศ กะหล่ำดาว บร็อคโคลี คะน้า ส้ม แคนตาลูป และสตรอว์เบอร์รี่

4. วิตามินอี

วิตามินอีเป็นวิตามินบำรุงสมองที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันความเสียหายของเซลล์จากการทำลายของอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจช่วยป้องกันหรือชะลอความเสื่อมของความคิดและความเข้าใจ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ และงานวิจัยบางชิ้นพบว่าการรับประทานวิตามินอีในปริมาณมากอาจชะลอการลุกลามของโรคอัลไซเมอร์ในผู้ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ระดับต้นถึงปานกลาง

อย่างไรก็ตาม ในการวิจัยให้ผู้ทดลองรับประทานอาหารเสริมวิตามินอีมากถึงวันละ 2,000 หน่วยสากล (IU) หรือ 1,300 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งปริมาณวิตามินอีที่ผู้ใหญ่คนไทยควรได้รับต่อวันอยู่ที่ 11-13 มิลลิกรัมต่อวันเท่านั้น การได้รับวิตามินอีในปริมาณมากอาจส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดและผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด และในระยะยาวอาจส่งผลให้เกิดภาวะเลือดออกที่อวัยวะต่าง ๆ ได้

วิตามินอีพบมากในอาหารจำพวกถั่วเมล็ดแห้ง ธัญพืช ผักใบเขียว เช่น บร็อคโคลี และหน่อไม้ฝรั่ง รวมทั้งน้ำมันพืช เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันรำข้าว น้ำมันข้าวโพด และน้ำมันดอกทานตะวัน

วิตามินบำรุงสมองหลายชนิดมีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาท ชะลอความเสื่อมของการคิดและความจำ ช่วยปรับสมดุลอารมณ์ และป้องกันโรคที่เกี่ยวกับสมองได้ ทั้งนี้ การได้รับวิตามินเหล่านี้จากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างครบถ้วนและหลากหลายจะช่วยให้ได้รับวิตามินที่เพียงพอต่อการบำรุงสมองและช่วยให้สุขภาพแข็งแรง

นอกจากนี้ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และจำกัดปริมาณการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อการทำงานของสมอง และหากต้องการรับประทานอาหารเสริมควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรถึงความจำเป็นในการรับประทานและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=621585763424317&set=a.367344032181826


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *