ทำความรู้จัก “การตกหลุมอากาศ” ระดับความแปรปรวนอากาศที่เกิดจากการเดินทางโดยเครื่องบิน หลังเหตุระทึก “สิงคโปร์แอร์ไลน์”

จากเหตุการณ์เครื่องบิน SQ321 ของสิงคโปร์แอร์ไลน์ ประสบเหตุตกหลุมอากาศอย่างรุนแรง จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุจากสภาพอากาศแปรปรวนรุนแรงหลุมอากาศ (Turbulence) คือ บริเวณที่ความหนาแน่นของอากาศไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้เกิดแรงลมกระโชกแรงและอากาศปั่นป่วน เวลาเครื่องบินบินอยู่กลางอากาศ ต้องใช้แรงยกจากอากาศที่เคลื่อนที่ผ่านปีกไปโดยปกติแล้ว อากาศจะมีความหนาแน่นเท่ากัน และเคลื่อนที่สม่ำเสมอไปพร้อมกัน แต่บางครั้งเมื่ออากาศส่วนบน และส่วนล่างมีความเร็วในการเคลื่อนที่แตกต่างกัน “หลุมอากาศ” มี 4 ประเภท 1. หลุมอากาศแบบเบา (Light Turbulence): เครื่องบินสั่นเล็กน้อย อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัว 2. หลุมอากาศแบบปานกลาง (Moderate Turbulence): เครื่องบินสั่นมากขึ้น ผู้โดยสารอาจถูกยกจากที่นั่ง 3. หลุมอากาศแบบรุนแรง (Severe Turbulence): เครื่องบินสั่นอย่างรุนแรง ผู้โดยสารอาจได้รับบาดเจ็บ 4. หลุมอากาศแบบสุดขีด (Extreme Turbulence): เครื่องบินอาจสูญเสียการควบคุม ระดับความรุนแรงของการตกหลุมอากาศ – ต่ำ ขึ้นลง 1 เมตร : ผู้โดยสารอาจไม่รู้สึก – ปานกลาง ขึ้นลง 3-6 เมตร : ผู้โดยสารอาจรู้สึก น้ำในแก้วอาจหก – รุนแรง ขึ้นลงได้ถึง 30 เมตร : ผู้โดยสารถ้าไม่รัดเข็มขัด อาจกระเด็นหลุดจากเก้าอี้ได้ การที่เครื่องบินตกหลุมอากาศเกิดขึ้นในทุกระดับความสูง ซึ่งอาจทำให้เครื่องบินเสียการควบคุมร่วงหล่นจากเพดานบินปกติ และอาจเกิดอันตรายต่อผู้ที่อยู่บนเครื่องบินได้ โดยสภาพอากาศแปรปรวนถือว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อการบินได้แก่ Clear Air Turbulance – CAT หรือหลุมอากาศ ที่เกิดจากกระแสลมปั่นป่วนอย่างรุนแรงที่ระดับความสูงเดียวกับเพดานบินของเครื่องบินโดยสารลักษณะของหลุมอากาศชนิดนี้ เรดาร์บนเครื่องบินไม่สามารถตรวจจับได้อากาศจะมีสภาพแจ่มใสแต่อาจเกิดความปั่นป่วนของกระแสลมได้ตลอดเวลาถนนของเครื่องบิน ก็คืออากาศ และอากาศเป็นของไหลเป็นธรรมชาติของอากาศจะมีการเคลื่อนที่จากที่ความดันสูงไปหาที่ความดันต่ำ ซึ่งเราเรียกการเคลื่อนที่แบบนี้ว่า “ลม” แต่อากาศมีความพิเศษมากกว่านั้น เพราะสามารถเคลื่อนที่ในแนวดิ่งก็ได้เราเรียกว่า “updraft” หรือ “downdraft” ถ้าอากาศเคลื่อนที่ไปอย่างราบเรียบ เครื่องบินก็จะไม่มีการสั่นสะเทือน ซึ่งปีกของเครื่องบิน ทำหน้าที่ซับการสั่นสะเทือนเล็กๆน้อยๆได้ โดยปีกจะมีความยืดหยุ่นให้ตัวได้ เปรียบเสมือนช่วงล่างของรถยนต์แต่บางครั้ง อากาศมีการเคลื่อนที่แบบไม่นิ่ง เครื่องบินก็จะสั่นไปตามความปั่นป่วนของอากาศตรงนั้น เราจะเรียกความปั่นป่วนนี้ว่า “turbulence” หรือ “turbulent air” หรือ “rough air” ถ้าเครื่องบินมีการสั่นสะเทือนโดยมีอาการเหมือนหล่นวูบ มักจะเกิดจาก updraft หรือ downdraft เป็นการเคลื่อนที่ของอากาศในแนวดิ่งทำให้เครื่องบินมีการโยนตัว ขึ้นและลง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.facebook.com/springnewsonline


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *