
หลายๆคนคงเคยประสบกับเหตุการณ์ที่ฝ่ายตรงข้ามหายไปโดยไม่บอกลาหรือไม่ตอบข้อความ ซึ่งเรียกว่า “Ghosting” ที่ทิ้งความรู้สึกผิดหวังและเจ็บปวดเอาไว้แม้ว่า “Ghosting” จะถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่ดีนักในความสัมพันธ์ แต่ผลวิจัยจากสถาบัน Thriving Center of Psychology ชี้ว่า พฤติกรรมนี้กำลังกลายเป็นที่นิยมในกลุ่ม Gen Z และ Millennials มากขึ้น โดยที่คนที่เคยถูก “Ghosting” อาจกลายเป็นผู้ทำ “Ghosting” ต่อคนอื่นเสียเอง
สาเหตุของวงจร “Ghosting”
งานวิจัยพบว่า 84% ของผู้เข้าร่วมการวิจัย ระบุว่าพวกเขาเคยถูก Ghosting และ 67% กลายเป็นผู้ทำ Ghosting โดยตัวเองในภายหลัง พฤติกรรมนี้ที่นักวิจัยเรียกว่า “การ Ghosting กันไปกันมา” (reciprocal ghosting) เกิดขึ้นจากรูปแบบทางอารมณ์ที่เป็นวัฏจักร การที่บุคคลหนึ่งเคยได้รับความรู้สึกแย่ๆจากการถูก Ghosting มักทำให้พวกเขารู้สึกว่าการเลิกสนใจ หรือหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดอาจจะเป็นวิธีที่ดีกว่า
ทำไม Gen Z ถึงเป็นผู้ทำ Ghosting มากกว่า Millennials?
นักวิจัยพบว่า Gen Z มีแนวโน้มที่จะทำ Ghosting มากกว่าคนรุ่น Millennials เนื่องจากเหตุผลดังนี้
- ไม่สนใจในฝ่ายตรงข้ามแล้ว – 64%
- ต้องการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า – 56%
- ความเครียดหรือความคาดหวังที่มากเกินไป – 44%
- รู้สึกว่าความสัมพันธ์ไม่แข็งแรง – 41%
- ถูกคุกคาม – 39%
- ประสบปัญหาด้านสุขภาพจิต – 29%
ทั้งนี้ งานวิจัยยังพบว่า 75% ของผู้ตอบแบบสอบถาม รู้สึกว่า “Ghosting” อาจเหมาะสมในบางสถานการณ์ และ 1 ใน 3 ของกลุ่มตัวอย่างรู้สึกว่าการทำ Ghosting ทำให้พวกเขารู้สึกสบายใจมากกว่าการเผชิญกับการผิดหวังจากความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจน
ข้อคิดจากนักวิจัย
แม้ว่าการ Ghosting อาจทำให้บางคนรู้สึกดีในช่วงแรก แต่ การสื่อสารที่ตรงไปตรงมา ยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับความสัมพันธ์ ความกลัวหรือการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ามักจะไม่ช่วยให้เราเติบโตในด้านความสัมพันธ์หรืออารมณ์ นักวิจัยเตือนว่า “แม้ว่าเราจะไม่สะดวกใจในการบอกลาหรืออธิบายความรู้สึก แต่การพูดคุยอย่างจริงใจจะทำให้เราเป็นคนที่มีความน่าเชื่อถือและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาว”
สรุป การที่คนเคยถูก “Ghosting” กลายเป็นผู้ทำ “Ghosting” ไม่ใช่เพียงแค่ผลจากความรู้สึกเจ็บปวดเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอบสนองทางอารมณ์ที่เกิดจากความกลัวที่จะถูกทำร้ายซ้ำในอนาคต จึงทำให้หลายๆ คนเลือกที่จะห่างเหินไปก่อน แทนที่จะเผชิญหน้า แต่การพัฒนาทักษะการสื่อสารที่ดีอาจช่วยเปลี่ยนแปลงวงจรนี้ได้ในระยะยาว
Leave a Reply