ทำไมคนอายุน้อยถึงป่วยเป็นมะเร็งมากขึ้น? สัญญาณเตือนสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม

ในอดีตโรคมะเร็งมักถูกมองว่าเป็นโรคของผู้สูงอายุแต่วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างน่ากังวลคนวัยต่ำกว่า 50 ปีทั่วโลกกำลังป่วยเป็นมะเร็งมากขึ้นเรื่อยๆ ข้อมูลจากงานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร BMJ Oncology เผยว่า ตั้งแต่ปี 1990 ถึง 2019 มีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งในกลุ่มอายุต่ำกว่า 50 ปีเพิ่มขึ้นถึง 28% และในปี 2019 เพียงปีเดียว มีผู้ป่วยมะเร็งหน้าใหม่ในกลุ่มคนอายุน้อยกว่า 50 ปีสูงถึง 1.82 ล้านราย และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นนักวิจัยคาดการณ์ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากมะเร็งในกลุ่มคนอายุน้อยจะเพิ่มขึ้นอีกกว่า 31% ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า

ปัจจัยเสี่ยงมะเร็งไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์เพียงอย่างเดียว

แม้พันธุกรรมจะมีส่วน แต่ปัจจัยเสี่ยงด้านพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ กลับเป็นตัวเร่งสำคัญ เช่น กินเนื้อแดงมากเกินไป บริโภคเกลือสูง ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ กินผักและผลไม้น้อย น้ำตาลในเลือดสูงไม่ออกกำลังกายน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนพฤติกรรมเหล่านี้ บ่อนทำลายสุขภาพเงียบๆมานานหลายสิบปี โดยเราอาจไม่รู้ตัวจนกว่าจะสายเกินไป

มะเร็งในวัยหนุ่มสาวเกิดขึ้นทั่วโลก

จากการศึกษาที่ครอบคลุมข้อมูลของมะเร็ง 29 ชนิดใน 204 ประเทศทั่วโลกพบว่าการเพิ่มขึ้นของมะเร็งในคนอายุต่ำกว่า 50 ปี นั้นเกิดขึ้นในทุกทวีป โดยเฉพาะในอเมริกาเหนือยุโรปตะวันตก ออสเตรเลีย ซึ่งล้วนเป็นประเทศที่มีวิถีชีวิตเร่งรีบ การบริโภคอาหารแปรรูปสูงและความเครียดสะสมในชีวิตประจำวัน

มะเร็งที่พบได้บ่อยในคนอายุน้อย

แม้รายงานจะกล่าวถึงโรคมะเร็ง 29 ชนิด แต่โรคที่พบได้บ่อยในคนวัยต่ำกว่า 50 ปี ได้แก่

  • มะเร็งเต้านม
  • มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
  • มะเร็งกระเพาะอาหาร
  • มะเร็งตับ
  • มะเร็งต่อมไทรอยด์

หลายกรณีพบว่าเป็นมะเร็งระยะเริ่มต้นที่ผู้ป่วยไม่รู้ตัวเพราะไม่แสดงอาการชัดเจน

ทำไมเราจึงควรตื่นตัว?

เพราะมะเร็งไม่ใช่ “โรคของคนแก่” อีกต่อไปปัจจุบัน คนอายุ 20, 30 หรือ 40 ปี ก็อาจได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งและสิ่งที่น่าเศร้าคือ คนอายุน้อยมักไม่ได้ตรวจสุขภาพหรือมองว่าตัวเองมีความเสี่ยง จึงทำให้โรคถูกพบเมื่อเข้าสู่ระยะที่ลุกลามแล้ว

แล้วเราจะป้องกันตัวเองได้อย่างไร?

การดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันมะเร็งไม่จำเป็นต้องรอให้มีอาการแต่อยู่ที่การปรับวิถีชีวิตให้เหมาะสมตั้งแต่วันนี้

  1. กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ
    • ลดเนื้อแดง เนื้อแปรรูป อาหารเค็ม และน้ำตาล
    • เพิ่มผัก ผลไม้ และธัญพืชให้มากขึ้น
  2. หลีกเลี่ยงสิ่งเสพติด
    • เลิกสูบบุหรี่ งดแอลกอฮอล์
  3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
    • อย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์ เพื่อกระตุ้นระบบเผาผลาญและเสริมภูมิคุ้มกัน
  4. ควบคุมน้ำหนักและระดับน้ำตาลในเลือด
    • หลีกเลี่ยงภาวะอ้วนลงพุงและเบาหวานแฝง
  5. ตรวจสุขภาพประจำปี
    • โดยเฉพาะคนที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคมะเร็ง หรือมีพฤติกรรมเสี่ยง

“มะเร็งวัยหนุ่มสาว” ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แม้จะมีปัจจัยบางอย่างที่เราควบคุมไม่ได้ เช่น พันธุกรรมแต่มีอีกหลายอย่างที่เราปรับเปลี่ยนได้ เช่น การกินการใช้ชีวิตการดูแลร่างกายการป้องกันไว้ก่อนดีกว่าการรักษาเมื่อสายเพราะสุขภาพไม่ใช่สิ่งที่เราจะกลับไปเริ่มต้นใหม่ได้เริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ เพราะมะเร็งอาจไม่ได้รอถึงวัยชราอีกต่อไปแล้ว


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *