
แนวคิดของหนังสือเล่มนี้ กระตุ้นให้เราสำรวจต้นกำเนิดของความปรารถนาของเราและตัดสินใจอย่างมีสติ นำไปสู่ชีวิตที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น การตระหนักรู้เกี่ยวกับความปรารถนาที่เกิดจากการเลียนแบบ: ตระหนักว่าความปรารถนาของเรามักได้รับอิทธิพลจากผู้อื่น เราเลียนแบบสิ่งที่เราเห็นรอบตัวเรา ซึ่งอาจเป็น บุคคล บรรทัดฐานทางสังคม หรือแม้แต่อุดมคติที่เราเลียนแบบทั้งโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว เราอาจพบว่าตัวเองกำลังไล่ตามเป้าหมายหรือทรัพย์สมบัติที่เราเชื่อว่าจะนำความสุขหรือความสมหวังมาให้เรา แต่มาตระหนักในภายหลังว่าความปรารถนาเหล่านี้ไม่ตรงกับตัวตนที่แท้จริงของเรา ที่อาจนำเราไปสู่วงจรของความไม่พอใจและความปรารถนาในสิ่งที่ไม่สามารถบรรลุได้ การนำมาใช้ในชีวิต ความคาดหวังทางสังคมและบรรทัดฐานทางวัฒนธรรมมีอิทธิพลต่อการเลือกอาชีพของเรา ทำให้เราต้องไล่ตามอาชีพอันทรงเกียรติหรือค่าตอบแทนสูง แม้ว่าอาชีพเหล่านั้นอาจไม่สอดคล้องกับความหลงใหลหรือค่านิยมที่แท้จริงของเราเลยก็ตาม การยอมรับอิทธิพลเหล่านี้ทำให้เรามีข้อมูลมากขึ้นในการตัดสินใจด้านอาชีพที่สอดคล้องกับเป้าหมายและแรงบันดาลใจส่วนตัวของเรารวมทั้งอิทธิพลและความคาดหวังทางสังคมที่หล่อหลอมความต้องการทางการเงินของเราด้วยซึ่งอาจรวมถึงแรงกดดันทางสังคมในการแสดงความมั่งคั่งผ่านการครอบครองวัตถุ การยอมรับอิทธิพลเหล่านี้ทำให้แต่ละเราสามารถประเมินเป้าหมายทางการเงินของตนได้อย่างเป็นกลางมากขึ้น และสอดคล้องกับคุณค่าและลำดับความสำคัญส่วนบุคคลของตัวเราเอง ทำลายวงจร : ความปรารถนาเลียนแบบเป็นเหมือนโรคติดต่อและแพร่กระจายผ่านแวดวงสังคมเหมือนกับไวรัส ความปรารถนาสามารถถ่ายทอดจากคนสู่คนโดยสร้างวงจรที่แต่ละคนเลียนแบบความปรารถนาของกันและกัน นำไปสู่กระแสสังคมและกระแสนิยม แทนที่จะทำตามความปรารถนาอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า ให้หยุดและไตร่ตรอง ถามตัวเองว่า “นี่คือสิ่งที่ฉันต้องการจริงๆ หรือฉันกำลังเลียนแบบคนอื่น?” การหลุดพ้นจากความปรารถนาเลียนแบบจะทำให้การตัดสินใจของเรามีความถูกต้องมากขึ้น การนำมาใช้ในชีวิตหลีกเลี่ยงกับดักของการเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่นและการมุ่งมั่นที่จะเลียนแบบเส้นทางอาชีพหรือความสำเร็จของพวกเขาแทนที่จะไล่ตามเครื่องหมายแห่งความสำเร็จภายนอก เช่น ตำแหน่งงานหรือระดับเงินเดือน เราควรมุ่งเน้นไปที่การกำหนดการวัดความสำเร็จของตนเองโดยพิจารณาจากค่านิยม ความสนใจและวัตถุประสงค์ทางอาชีพของตนเอง ที่เติมเต็มความต้องการและสอดคล้องกับทักษะและความหลงใหลของเรา แทนที่จะทำตามคนอื่นเพียงอย่างเดียวและต้องระวังการเลียนแบบนิสัยการใช้จ่ายหรือการทำตามวิถีชีวิตของผู้อื่น โดยไม่คำนึงถึงสถานการณ์ทางการเงินและเป้าหมายของตนเอง แทนที่จะทำตามกระแสหรือความคาด หวังของสังคมอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า เราควรมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาแผนทางการเงินที่เหมาะกับสถานการณ์เฉพาะของตนเอง รวมถึงรายได้ รายจ่าย หนี้สิน และวัตถุประสงค์ระยะยาว ของเรา การเลือกอย่างชาญฉลาด : จงเลือกความปรารถนาที่สอดคล้องกับค่านิยมและวัตถุประสงค์ของเรา แทนที่จะยอมจำนนต่อแรงกดดันทางสังคม เปลี่ยนแปลงความปรารถนาที่ฝังลึกผ่านความพยายามอย่างมีสติและการตระหนักรู้ในตนเองทำให้เราสามารถปรับปณิธานของเราใหม่และมีชีวิตที่สมหวังมากขึ้น หลุดพ้นจากเงื่อนไขทางสังคมและยอมรับอัตลักษณ์และความปรารถนาอันเป็นเอกลักษณ์ของเรา การนำมาใช้ในชีวิตปรับเปลี่ยนความปรารถนาและพฤติกรรมในอาชีพของเราอย่างมีสติ เพื่อส่งเสริมการเติบโตส่วนบุคคลและทางอาชีพ ซึ่งอาจรวมถึงการแสวงหาโอกาสในการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะ การรับความเสี่ยงเพื่อทำงานที่มีความหมาย และส่งเสริมกรอบความคิดการเติบโตที่เปิดรับความท้าทายและความพ่ายแพ้เป็นโอกาสในการเรียนรู้และการพัฒนาสร้างชีวิตการทำงานที่เติมเต็มและคุ้มค่าหลุดพ้นจากกรอบความคิดแบบนักบริโภคนิยมและการปลูกฝังกรอบความคิดเกี่ยวกับความรับผิดชอบทางการเงิน ความประหยัดและการวางแผนระยะยาวด้วยการท้าทายความปรารถนาที่ฝังแน่นเพื่อความพึงพอใจในทันทีหรือการที่ต้องตามให้ทันผู้อื่น เราสามารถนำนิสัยทางการเงินที่ดีมาใช้ ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มโอกาสสร้างความมั่นคงและความสำเร็จทางการเงิน
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/profile.php?id=100091757524341
Leave a Reply