
1. เช็คความพร้อมของตัวเราก่อนก่อนจะรับฟังเรื่องราวของคนอื่น ลองเช็คสภาพร่างกายและจิตใจ ณ ตอนนั้นของตัวเองก่อนว่าเราพร้อมที่จะเข้าใจและรับฟังเรื่องราวของเขาจริงๆไหม หากเรายังไม่พร้อมหรือยังไม่โอเคเราก็ควรที่จะเซฟใจเราก่อน เหมือนกับเวลามีคนจมน้ำแต่เราว่ายน้ำไม่เป็นก็ไม่ควรรีบกระโดดลงไปช่วยเพราะนอกจากจะช่วยไม่ได้แล้ว ตัวเราเองก็อาจจะจมลงไปด้วยทางที่ดีเราอาจจะสื่อสารออกไปตามตรงว่าตอนนี้เรายังไม่พร้อมยังไง แล้วแนะนำคนอื่นๆ หรือแนะนำผู้เชี่ยวชาญที่สามารถช่วยเหลือเขาได้ดีกว่าเราในตอนนั้นจะดีกว่าเมื่อไหร่ที่เราพร้อมและสภาพจิตใจโอเคแล้วจะทำให้เราสามารถช่วยเหลือเขาได้อย่างเต็มที่
2. เข้าใจความเจ็บป่วยที่เขากำลังเผชิญบางคนอาจคิดว่าคนที่เป็นซึมเศร้าเขาเรียกร้องความสนใจหรือเปล่าแต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย ไม่มีใครอยากเป็นโรคซึมเศร้าหรอกนะ แต่มันเกิดจากความผิดปกติของการหลั่งสารเคมีในสมองจนส่งผลต่ออารมณ์หรือบางทีสถานการณ์ที่เขาเจอ ณ ตอนนั้น มันหนักจนเขาไม่สามารถรับมือได้เพียงลำพังเหมือนกับเวลาที่เราป่วยทางกายเรายังต้องรักษาเลยการป่วยทางใจก็ต้องรักษาเช่นกันและที่สำคัญ การรักษานั้นต้องใช้เวลา ไม่ควรเร่ง หรือกดดันให้เขารีบหายไวๆเพราะอาจทำให้เขารู้สึกแย่กว่าเดิม
3. รับฟังโดยไม่ตัดสินบางครั้งเราอาจจะด่วนตัดสินตัวตนของคนอื่นจากสิ่งที่เขาพูดไปบอกเขาว่าแบบนี้ดีหรือไม่ดี หรือบางทีเราอาจจะพูดแทรกขณะที่เขากำลังเล่าเรื่องอยู่หรือบอกให้เขาไปทำนู่นนี่นั่นแนะนำสิ่งต่างๆให้เขาด้วยความเป็นห่วงและหวังดี แต่แท้จริงแล้วเขาอาจต้องการคนที่รับฟังเรื่องราวและความรู้สึกภายในใจมากกว่าคนที่ให้คำแนะนำหรือบอกว่าเขาจะต้องทำอะไรเปิดโอกาสให้เขาได้เล่าและระบายสิ่งที่อยู่ในใจ โดยที่เราไม่ต้องไปบอกเขาว่าความคิดของเขาถูกหรือผิด อย่างน้อยก็ทำให้เขารู้สึกว่ายังมีคนคอยรับฟังเขาอยู่
4. ให้เขารู้ว่าเราอยู่ตรงนี้เสมอไม่ใช่ทุกคนและทุกครั้งที่คนเป็นโรคซึมเศร้าจะเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้คนอื่นฟัง เพราะเขาอาจจะยังไม่พร้อมหรือไม่อยากเล่าไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เราสามารถแสดงให้เขาเห็นได้ว่าเราอยู่ตรงนี้เสมอหากเมื่อไหร่ที่เขาพร้อมและอยากได้คนรับฟัง แค่หันมาตรงนี้ก็จะเจอเราที่คอยอยู่ข้างเขาไม่ได้ทิ้งเขาไปไหนเป็นกำลังใจและเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับเขาคนที่เป็นโรคซึมเศร้ามักจะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่าไม่มีใครเข้าใจ และไม่มีใครที่ช่วยเขาได้แต่เราสามารถทำให้เขามั่นใจได้ว่ามีเพื่อนและมีคนที่พร้อมเดินไปกับเขาจนกว่าเขาจะดีขึ้นเสมอ
คนที่เป็นโรคซึมเศร้าไม่ได้ต้องการไฟสปอทไลท์ส่องมาที่เขาเพียงแค่ต้องการใครสักคนที่เข้าใจ รับฟังและพร้อมอยู่ข้างเขาในวันที่เขารู้สึกโดดเดี่ยวเท่านั้นก็พอ
ขอบคุณข้อมูลจาก :https://www.facebook.com/LearnOLife.TH
Leave a Reply