
ที่เมื่อนำมาผสมกันแล้วกลายเป็นเครื่องดื่มที่รสชาติลงตัวและเป็นที่นิยมไปทั่วโลก โดยกาแฟใส่นมที่ผู้คนนิยม ได้แก่ ลาเต้ คาปูชิโน่ เอสเปรสโซ่ และปัจจุบันยังมีการนำมาคิดค้นดัดแปลงเมนูกาแฟใส่นมอีกมากมายหลายเมนู ทำให้กาแฟและนมแทบจะเป็นสิ่งที่แยกขาดกันไม่ได้ ซึ่งหลายคนอาจยังไม่รู้ว่า ‘นมวัว’ นั้นเป็นหนึ่งในต้นเหตุของการทำลายโลกของเรา เนื่องจากปัจจุบันนี้มีวัวทั่วโลกอยู่ประมาณ 270 ล้านตัว และการทำปศุสัตว์ทำให้เกิดแอมโมเนีย มีเทนและไนโตเจนออกไซด์นอกจากนี้ยังมีส่วนทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกมากถึง 18% ดังนั้นจึงทำให้ปัจจุบันเริ่มมีการหันมาบริโภค ‘นมจากพืช’ แทนนมวัว ทั้งการนำมาดื่ม ผสมในอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือกาแฟใส่นมจากพืชด้วย เช่นกันเพราะแค่การเปลี่ยนนมก็สามารถช่วยโลกได้ นมจากพืช (Plant Based Milk) นมทางเลือกใหม่ให้คุณช่วยโลก นมจากพืช (Plant Based Milk) คือ นมที่ผลิตมาจากพืช ธัญพืช อาทิ ถั่ว หรือผลไม้ เป็นนมที่สกัดจากพืชโดยมีน้ำที่ให้กลิ่น รส และความเข้มข้นคล้ายนม โดยนมจากพืชที่ได้รับความนิยม ได้แก่ อัลมอนด์ ข้าวโอ๊ต ถั่วเหลือง มะพร้าว ข้าว เม็ดมะม่วงหิมพานต์ แมคคาเดเมีย แต่นอกจากนมที่ได้รับความนิยมข้างต้นแล้วยังมีธัญพืชอีกหลายชนิดที่สามารถผลิตเป็นนมจากพืชได้ เช่น ข้าวบาร์เลย์ วอลนัท ควินัว ถั่วพีแคน ถั่วลิสง พิสตาชิโอ้ ข้าวโพด ข้าวฟ่าง สเปลท์ ข้าวสาลี เมล็ดบัควีท ทานตะวัน เมล็ดฟักทอง เมล็ดเจีย เป็นต้น
ซึ่งนมจากพืชนี้เป็นนมที่กำลังเป็นทางเลือกให้กับผู้แพ้นมวัว ผู้บริโภคแบบวีแกน รวมถึง ผู้ที่รักษาสุขภาพ เพราะในนมจากพืชบางชนิดมีคุณประโชยน์ที่เทียบเท่านมวัว และยังมีสารอาหารที่ในนมวัวไม่มีอีกด้วย เช่น นมถั่วเหลืองที่มีโปรตีนในปริมาณใกล้เคียงกับนมวัว แต่มีแคลอรี่ ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตประมาณแค่ครึ่งหนึ่งเท่านั้น หรือนมอัลมอนด์ ที่เมื่อเทียบกับนมวัวแล้ว มีแคลอรี่น้อยกว่าประมาณหนึ่งในสี่ และมีไขมันน้อยกว่าประมาณครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว รวมถึงนมจากข้าวโอ๊ตที่มีธาตุเหล็กป้องกันโรคโลหิตจาง และเบต้ากลูแคน ไฟเบอร์ชนิดไม่ละลายน้ำ ป้องกันโรคหัวใจและรักษาระบบทางเดินอาหาร เป็นต้น นอกจากนี้ในปัจจุบันนมจากพืชกำลังเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการรักษ์โลกอีกด้วย เนื่องจากว่านมวัวนั้นได้มาจากการเลี้ยงสัตว์ซึ่งก่อคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และใช้ทรัพยากรน้ำมากกว่าการเกษตรหรือการปลูกพืช การหันมาบริโภคนมจากพืชจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เราจะสามารถช่วยโลกได้ นมจากพืชดีต่อโลกอย่างไร และนมชนิดใดดีต่อโลกมากที่สุด? เมื่อมีการพูดถึงว่านมจากพืชนั้นดีต่อโลกมากกว่านมวัว ก็เกิดคำถามตามมาว่าแล้วนมจากพืชนั้นดีต่อโลกอย่างไรบ้าง ซึ่งคำตอบคือการปลูกพืชที่นำมาผลิตนมนั้นช่วยโลกในด้านสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันตามชนิดของพืช ยกตัวอย่างจากนมที่ได้รับความนิยมอย่าง นมอัลมอนด์ ที่แม้อัลมอนด์นั้นต้องอาศัยน้ำในการเพาะปลูกปริมาณค่อนข้างมาก แต่นมอัลมอนด์ก็ได้รับการยืนยันว่ามีปริมาณการก่อคาร์บอนไดออไซต์ที่ต่ำที่สุด และเนื่องจากเราสามารถปลูกร่วมกับต้นไม้ชนิดอื่นๆ ได้ จึงใช้พื้นที่น้อยและมีข้อดีอีกข้อคือต้นไม้ที่ปลุกร่วมยังสามารถดึงคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศได้อีกต่อหนึ่งด้วย นมถั่วเหลือง ที่ถือเป็นนมประหยัดน้ำ เพราะใช้ปริมาณน้ำในการเพาะปลูกที่น้อยและยังใช้พื้นที่ในการเพาะปลูกน้อย รวมถึงมีอัตราการปล่อยคาร์บอนที่ต่ำอีกด้วยข้าวโอ๊ต เป็นพืชที่นอกจากจะมีสารอาหารที่ดีต่อร่างกายแล้ว ข้าวโอ๊ตยังส่งผลดีต่อธาตุอาหารในดินในบริเวณที่ปลูก เนื่องจากโอ๊ตเป็นพืชคลุมดินที่สามารถเพาะปลูกได้ในช่วงอากาศเย็น จึงคืนสารอาหารให้กับดินช่วงนอกฤดูเพาะปลูก จากตัวอย่างด้านบนย่อมเกิดคำถามเกี่ยวกับการจัดอันดับนมจากพืชว่านมชนิดใดที่ดีต่อโลกมากที่สุด ซึ่งหากจะให้ตอบเป็นการจัดลำดับทันทีเลยนั้นก็อาจทำได้ยากเพราะนมจากพืชแต่ละชนิดนั้นก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน ดังนั้นการ ‘ผสมผสาน’ จึงดีที่สุด ไม่เลือกที่จะปลูกหรือผลิตแค่ชนิดใดชนิดหนึ่ง ต้องพยายามควบคุมสิ่งต่างๆ ให้อยู่ในปริมาณที่พอดีสมดุลกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุดนั่นเอง
แค่นมจากพืชในกาแฟ ก็ช่วยแคร์ได้ทั้งโลกอย่างที่กล่าวตั้งแต่ต้นว่านมนั้นนอกจากการนำมาดื่มแล้ว ยังถูกนำไปประกอบอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะ ‘กาแฟ’ ที่แทบทุกร้านหรือคาเฟ่ไม่สามารถขาดไปได้เลย ดังนั้นเมื่อปัจจุบันกระแสของนมทางเลือกมีมากขึ้นก็ดื่มกาแฟกับนมจากพืชจึงกลายเป็นอีกทางเลือกใหม่ของคอกาแฟถึงแม้จะยังมีข้อกังขาสำหรับบางคนว่านมจากพืชแต่ละชนิดนั้นเมื่อนำมาแทนนมวัวในกาแฟแล้วยังมีทั้งรสชาติและกลิ่นที่ไม่คุ้นชินจนสามารถแทนที่ได้ แต่สำหรับบางคนการใช้นมจากพืชก็กลายเป็นทางเลือกใหม่ๆ เพราะนมจากพืชนั้นมีมากมายหลายชนิดที่ถูกนำมาเป็นส่วนประกอบในกาแฟ เช่น นมยอดนิยมอย่างนมอัลมอนด์ นมถั่วเหลือง นมข้าวโอ๊ต นมเฮลเซนัท เป็นต้น เมื่อมีพืชชนิดที่แตกต่างกันก็ทำให้ได้พบกับรสชาติและรสสัมผัสใหม่ๆ ได้เช่นกันนอกจากนี้แล้วในบางประเทศ การเปลี่ยนมาใช้นมจากพืชยังกลายเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับตัวกาแฟ เพราะการทำกาแฟสักแก้วต้องเลือกส่วนประกอบต่างๆ ทั้งกาแฟ อุณหภูมิน้ำ วิธีการชง และนมจากพืช ให้ออกมามีความเข้ากันและผสานกันให้ลงตัว จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของกาแฟในทุกๆ แก้วนั่นเอง
ดังนั้นหากมองให้ดีแล้ว เทรนด์การนำนมจากพืชมาใช้ในกาแฟจึงไม่ใช่เพียงเรื่องผิวเผิน ทำตามเทรนด์ เพราะเมื่อมองลึกลงไป มันคือการเดินทางของรสนิยมและการตระหนักรู้ถึงสิ่งแวดล้อมรอบตัวไปพร้อมๆ กัน ซึ่งในอนาคตน่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้วงการกาแฟเพิ่มความน่าสนใจ และกลายเป็นการเรียนรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุดอีกด้วย แม้ว่านมวัวจะเป็นนมที่อยู่คู่กับผู้คนมาเนิ่นนาน หรือแม้การใช้นมวัวผสมลงในกาแฟจะเป็นมาตรฐานความอร่อยของกาแฟมาเป็นเวลานาน แต่นมทางเลือกจากนมจากพืชก็มีคุณสมบัติที่สามารถนำมาทดแทนและสร้างทางเลือกใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคได้ไม่แพ้กัน ดังนั้นแล้วการทดแทนนมจากพืชจึงเป็นอีกทางเลือกที่ควรช่วยกันแผ่ขยายและส่งต่อ เพราะนอกจากจะดีต่อเราแล้วยังดีต่อโลก เพื่อให้โลกนี้อยู่กับเราได้นานขึ้น การยอมปรับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันของเราอย่างการดื่มกาแฟกับนมจากพืช ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว “เพราะแค่เปลี่ยนนมในกาแฟ เราก็ได้แคร์โลกใบนี้มากยิ่งขึ้นแล้ว”
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=635396532074173&set=a.578705574409936
Leave a Reply