
รูปร่างแบบ “Curvy” หรือการมีสะโพกและต้นขาที่ใหญ่ อาจเคยถูกมองว่าเป็นเพียงลักษณะเฉพาะทางรูปลักษณ์แต่รู้หรือไม่ว่านักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดพบว่าผู้หญิงที่มีไขมันบริเวณก้นและต้นขามากมีข้อได้เปรียบทางชีววิทยาที่น่าสนใจมากกว่าที่คิด!
งานวิจัยที่น่าทึ่งจาก University of Oxford
ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่าไขมันในบริเวณสะโพกและต้นขาหรือที่ทำให้ “ก้นใหญ่” นั้น อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 (Omega-3 fatty acids) ไขมันดี (Good fat) ที่ไม่สะสมในช่องท้องสารอาหารที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาสมอง โดยเฉพาะในช่วงการตั้งครรภ์และให้นมบุตร ไขมันเหล่านี้จะถูกดึงไปใช้ในการพัฒนาสมองของทารกนั่นหมายความว่าร่างกายของแม่ที่มี “ไขมันดี” ในตำแหน่งที่เหมาะสม อาจมีศักยภาพทางพันธุกรรมในการสนับสนุนลูกให้ฉลาดขึ้นและมีสุขภาพดียิ่งขึ้น!
ก้นใหญ่เกี่ยวข้องกับสมองไวของลูกได้ยังไง?
โอเมก้า 3 โดยเฉพาะ DHA (Docosahexaenoic Acid) เป็นหนึ่งในกรดไขมันจำเป็นที่ช่วยสร้างเยื่อหุ้มเซลล์สมองและระบบประสาทของทารกในครรภ์เมื่อแม่มีแหล่งสะสมโอเมก้า 3 อยู่ในร่างกายจำนวนมาก (เช่น ที่สะโพกและต้นขา) ลูกจึงได้รับกรดไขมันสำคัญไปใช้ตั้งแต่ในครรภ์อย่างเต็มที่
ไขมันที่ “ดีต่อสุขภาพ” ไม่ได้อยู่แค่ในปลา!
แม้โอเมก้า 3 ส่วนใหญ่มาจากปลาแต่ในผู้หญิงไขมันโอเมก้า 3 ยังถูกสะสมไว้ในเนื้อเยื่อบริเวณสะโพกและต้นขาและแตกต่างจากไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับโรคเมตาบอลิก เช่น เบาหวานและความดันโลหิตสูงไขมันสะโพกจึงไม่ใช่ “ไขมันส่วนเกิน” แต่เป็นเหมือน “คลังสารอาหารสำหรับชีวิตใหม่”โดยเฉพาะในช่วงตั้งครรภ์และให้นม ก้นใหญ่ ไม่ใช่แค่สวย แต่คือ “ทรัพยากรทางสุขภาพ” ในมุมของสุขภาพองค์รวม
- ไขมันดี = พลังงานสะสมยามตั้งครรภ์
- รูปร่าง Curvy = ฮอร์โมนสมดุล (โดยเฉพาะเอสโตรเจน)
- มีความสัมพันธ์กับระบบเผาผลาญที่ดี
- ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจมากกว่าผู้ที่มีไขมันที่พุง
Leave a Reply