
โรคเบาหวานประเภทที่ 2 พบได้ในผู้ป่วยโรคเบาหวานร้อยละ 90 เกิดจากภาวะดื้ออินซูลิน (insulin resistance) ส่งผลให้อินซูลินซึ่งทำหน้าที่ลดระดับน้ำตาลในเลือดทำงานได้ไม่ดีระดับน้ำตาลในเลือดจึงเพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบันการตรวจหาโรคเบาหวานประเภทที่ 2 จะต้อง อดอาหารก่อนการเจาะเลือดไปตรวจกับทางคลินิก ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่าจะรู้ผลแต่ผลการศึกษาใหม่จากนักวิจัยในโตรอนโตค้นพบวิธีที่ง่ายกว่านั้นด้วยการอาศัยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วย เพียงแค่ทดสอบด้วยเสียงเป็นเวลา 10 วินาที ก็สามารถวินิจฉัยโรคในผู้ป่วยได้อย่างแม่นยำมากกว่า 85% จากผลการศึกษาพบว่าคลิปเสียงของผู้ป่วยเพียง 6-10 วินาที เป็นการใช้ปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยในการวินิจฉัยโรคเบาหวานประเภท 2 ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการคัดกรองโรค ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถวินิจฉัยโรคได้ด้วยตัวเองเพียงแค่พูด 2-3 ประโยคลงบนสมาร์ตโฟนในการศึกษาครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 267 คนเพื่อหาความแตกต่างของผู้ที่ไม่เป็นโรคเบาหวานและผู้ที่เป็นโรคเบาหวานประเภท 2 อาสาสมัครจะต้องบันทึกเสียงพูดลงบนสมาร์ตโฟน 6 ครั้งต่อวัน เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ เมื่อวิเคราะห์ลักษณะของเสียง 14 ลักษณะจากการบันทึก 18,465 รายการ พบว่าระดับเสียง และความเข้มมีความแตกต่างกันระหว่างผู้ที่เป็นและไม่เป็นโรคเบาหวาน โดยถึงแม้ว่าหู ของมนุษย์จะไม่สามารถตรวจพบว่าต่างนี้ได้ แต่ซอฟต์แวร์ประมวลสัญญาณสามารถตรวจจับความแตกต่างนี้ได้ จากผลการทดสอบนี้ นักวิจัยจึงสร้างโปรแกรมที่ใช้ระบบ AI ขึ้นเพื่อวิเคราะห์การบันทึกเสียงพร้อมกับข้อมูลของผู้ป่วย เช่น อายุ เพศ ส่วนสูง และน้ำหนักเมื่อทดสอบกับอาสาสมัคร โปรแกรมดังกล่าวได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีความแม่นยำ 89% ในการระบุผู้หญิงที่เป็นโรคเบาหวานประเภท 2 และแม่นยำ 86% ในการค้นหาผู้ชายที่เป็นโรคเบาหวาน ทั้งนี้การศึกษาในครั้งนี้ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อวินิจฉัยโรคแต่เป็นเพียงวิธีการคัดกรองโรคเบื้องต้นที่สามารถเข้าถึงผู้คนได้อย่างกว้างขวางและราคาไม่สูง และทีมนักวิจัยยังมีแผนการต่อยอดการวิจัยโดยการใช้เสียงในการวินิจฉัยโรคอื่นๆ เช่น ภาวะก่อนเป็นเบาหวาน สุขภาพของผู้หญิง และความดันโลหิตสูง
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=844541551010143&set=a.746740320790267
Leave a Reply