นี่มันคืองานศิลปะ!? ภาพถ่ายจากดาวเทียมนาซาตรวจพบ ‘มาลาสปินา’ธารน้ำแข็งคล้ายกับภาพวาดแอบสแตร็กต์อาจเป็นผลงานสุดสะพรึงจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

โดยปกติธารน้ำแข็งที่คุ้นตามักจะเป็นสีขาวและฟ้า แต่ภาพถ่ายจากดาวเทียมทำให้เห็นว่า ‘ธารน้ำแข็งมาลาสปินา’ (Malaspina Glacier) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอะแลสกา สหรัฐอเมริกา มีลักษณะแตกต่างจากธารน้ำแข็งทั่วไปภาพดังกล่าวถูกถ่ายโดยเซนเซอร์กล้อง Operational Land Imager-2 (OLI-2) บนดาวเทียม Landset 9 ซึ่งมีหน้าที่เก็บข้อมูลพื้นผิวโลกในช่วงคลื่นที่สายตามนุษย์มองเห็น เช่น ช่วงคลื่น Infared, Near-infrared และ Shortwave-infrared ในทางวิทยาศาสตร์ ภาพที่ได้จากกล้องชนิดนี้เกิดจากการผสมสีข้อมูลจากดาวเทียม ซึ่งเป็นความสามารถของดาวเทียม ทำหน้าที่จับภาพครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่ง หมอก ช่วงคลื่นรังสี Near-infrared และ Shortwave-infreared ทำให้ภาพออกมามีสีที่ดูแปลกไป เช่นในภาพพื้นที่ที่มีน้ำจะเป็นสีแดง สีส้มและสีเหลือง ส่วนพื้นที่ที่มีพืชจะมีสีเขียว และพื้นที่ที่มีการก่อตัวของหินจะมีสีน้ำเงินในเฉดสีต่างๆธารน้ำแข็งมาลาสปินา หรืออีกชื่อหนึ่งว่า Sít’ Tlein แปลว่า ‘ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่’ ในภาษาทลิงกิต (Tlingit) เป็นภาษาที่ชาวอะแลสกาทางตะวันออกเฉียงใต้ใช้สื่อสารกัน ปัจจบัน มาลาสปินาตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติแรงเกล-เซนต์ เอเลียส (Wrangell-St. Elias National Park) และยังเป็นธารน้ำแข็งพีดมอนด์ (Piedmond) ประเภทย่อยของธารน้ำแข็งหุบเขา ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีพื้นที่ประมาณ 4,350 ตารางกิโลเมตร หรือมีขนาดใหญ่กว่ารัฐที่เล็กที่สุดในสหรัฐอเมริกาอย่างรัฐโรดไอแลนด์ (Rhode Island) นั่นเอง ธารน้ำแข็งมาลาสปินา ถูกหล่อเลี้ยงโดยธารน้ำแข็งซีเวิร์ด (Seward Glacier) จากเทือกเขาเซนต์เอเลียส และเสริมด้วยธารน้ำแข็งอื่นๆ เช่น อากัสซิซ (Agassiz) ที่แผ่ขยายไปทั่วชายฝั่งและรวมตัวกันเป็นธารน้ำแข็งขนาดมหึมาอย่าง ‘มาลาสปินา’ เมื่อมองภาพถ่ายจากดาวเทียมจะเห็นมาลาสปินามีสีน้ำเงินเข้ม-ม่วงและสีแดงรวมอยู่ด้วย ที่มองทั้งภาพอาจดูสวยงาม แต่ทว่ามันกำลังสะท้อนปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้มนุษยชาติได้เห็น! โดยเส้นสีน้ำเงินเข้ม-ม่วงในภาพถ่ายธารน้ำแข็งจากดาวเทียม แสดงให้เห็นว่ามาลาสปินามี ‘กองตะกอนธารน้ำแข็ง’ อยู่ แสดงให้ว่ามีบริเวณที่สะสมดินหิน และเศษซากอื่นๆ ไว้ตามขอบของธารน้ำแข็งนั่นเองเศษซากเหล่านี้เคลื่อนตัวแบบซิกแซ็ก มีผลจากการเปลี่ยนแปลงของการเคลื่อนที่ของธารน้ำแข็งที่รวดเร็ว ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ธารน้ำแข็งในภูมิภาคนี้ของอะแลสกาเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างกะทันหันในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดลักษณะพื้นผิวที่เป็นเอกลักษณ์อย่างที่เห็นในมาลาสปินา การไหลที่ผิดปกติเช่นนี้นำไปสู่การม้วนตัว การบีบอัด และการตัดของกองตะกอนธารน้ำแข็งส่วน ‘พื้นที่สีแดง’ คือ น้ำบางส่วนที่มีความเค็มเกือบเท่าน้ำในมหาสมุทร จากการวิจัยล่าสุดคาดการณ์ว่า อาจเกิดจากน้ำทะเลที่ค่อนข้างอุ่นเข้ามารวมตัวกันกับน้ำแข็ง ซึ่งอาจส่งผลให้น้ำแข็งละลายเร็วขึ้น สรุปแล้วภาพถ่ายมาลาสปินาที่ออกมาเหมือนผลงานศิลปะนี้ เป็นมากกว่าภาพธารน้ำแข็งที่เราเห็นกัน แต่มันยังหมายถึงการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของธารน้ำแข็งและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากน้ำบริเวณโดยรอบเนื่องจากขนาดและความไวในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ภาพถ่ายธารน้ำแข็งมาลาสปินาจึงเป็น ‘ตัวบ่งบอก’ สภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์และนักสิ่งแวดล้อมจึงให้ความสำคัญและเริ่มการสำรวจและสังเกตการณ์ธารน้ำแข็งแห่งนี้ เพื่อศึกษาการเคลื่อนตัวของน้ำแข็ง ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำแข็งกับมหาสมุทร และผลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อน้ำแข็งจากการสำรวจเมื่อไม่นานมานี้ พบว่าการละลายอย่าง ‘น่ากังวล’ ของมาลาสปินามีส่วนทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นและส่งผลต่อระบบนิเวศโดยรอบ ทั้งนี้นักวิทยาศาสตร์ยังกังวลว่าอุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรบริเวณอ่าวอะแลสกาที่สูงขึ้น อาจส่งผลให้ธารน้ำแข็งละลายได้เร็วกว่าเดิมนอกจากนี้ ธารน้ำแข็งมาลาสปินาที่มีขนาดกว้างใหญ่และมีลักษณะที่เคลื่อนที่ได้ จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของชั้นบรรยากาศเยือกแข็งของโลกทำหน้าที่เป็นทั้ง ‘หัวข้อ’ (topic) สำหรับนักวิทยาศาสตร์ในการศึกษาและค้นคว้าเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง และเป็น ‘บารอมิเตอร์’ ที่ใช้เป็นตัววัดความดันอากาศ อุณหภูมิ การละลายของน้ำแข็ง และการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=914944970193840&set=a.811136580574680


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *