
But it’s when you start to expect things to be perfect that things go a bit out of hand. เมื่อคุณเริ่มคาดหวังว่าสิ่งต่างๆ จะสมบูรณ์แบบเมื่อนั้นมันจะทยอยคลาดเคลื่อยจากความตั้งใจไปเอง
เป็นคนไม่ขยันขี้เกียจ ไม่โปรดักทีฟก็อาจจะต้องคอยตบตัวเองให้กลับเข้ามาอยู่ในร่องในรอยบ้าง ที่ใช้คำว่า ‘บ้าง’ เพราะความขี้เกียจไม่ใช่ศัตรูตัวฉกาจที่ต้องประหัตประหารให้หายไปจากตัวเราทั้งหมดเสียเมื่อไร แม้ว่าในยุคสมัยนี้ไลฟ์โค้ชหรือเพจสร้างแรงบันดาลใจมักจะฟีดคอนเทนต์ที่ ‘shaped’ ให้สังคมเป็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่ความสมบูรณ์แบบก็อาจจะไม่ใช่คำตอบของเรื่องทั้งหมดก็ได้ขณะที่บางคนหาจุดบาลานซ์ระหว่างการพักผ่อน ความขี้เกียจและความรับผิดชอบต่อหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ก็ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ติดอยู่ระหว่างกับดักความเพอร์เฟ็กต์เหล่านี้ จนมีชื่อเรียกอาการดังกล่าวว่า ‘Perfectionist Trap’ หรือกับดักความสมบูรณ์แบบในโลกที่ความสมบูรณ์แบบถูกเชิดชูให้กลายเป็นพิมพ์เขียวของคนรุ่นใหม่ ความบกพร่องหรือความล้มเหลวถูกติดป้ายว่าเป็นของต้องห้าม ซึ่งพฤติกรรมต้องห้ามเหล่านี้จะทำให้เรารู้สึก ‘out of control’ ทั้งต่อตนเอง ขอบข่ายที่มีส่วนรับผิดชอบ และสายตาจากคนรอบข้างทั้งที่อาจจะมองมาที่ตัวคุณจริงๆ ก็ดี หรือคุณเองที่คิดแทนไปก่อนและแคร์สายตาเหล่านั้นมากเกินไป เมื่อนั้น เราจึงเลือกที่จะทำในสิ่งที่สร้างความปลอดภัยทางความรู้สึกด้วยการวางกรอบ ระเบียบ ทำทุกอย่างให้เป็นไปตามแบบแผนแต่คุณอาจจะลืมเผื่อใจไปว่า ไม่ใช่ทุกครั้งที่เราจะควบคุมทุกอย่างได้ทั้งหมด หากคิดว่าการควบคุมความสมบูรณ์แบบให้อยู่ในร่องในรอยได้คือหนทางสู่ความเพอร์เฟ็กต์ ลองกลับมานั่งพัก ทบทวนกับตัวเองสักนิด หายใจเข้าและออกยาวๆ ทำความเข้าใจกันใหม่ก่อนว่า ความสมบูรณ์แบบไม่ได้ทำให้คุณควบคุมความไม่เที่ยงของโลกนี้ได้อีกต่อไป ความสมบูรณ์แบบที่เฮลตี้ คือความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะไปให้ถึงเป้าที่สมเหตุสมผลและใกล้เคียงกับความเป็นจริงได้ เมื่อทำได้แล้วมันจะนำไปสู่การมี ‘self-satisfaction’ หรือความพึงพอใจต่อตนเอง เพิ่มเลเวล ‘self-esteem’ หรือการยอมรับนับถือตนเองได้อีกมากแต่เพอร์เฟ็กต์ชันนิสต์ไม่ใช่แบบนั้น การบูชาความสมบูรณ์แบบที่เต็มไปด้วยสแตนดาร์ดที่สูงเกินไปไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความรักนับถือตนเอง แต่กลับใส่ส่วมผสมที่บิดเบี้ยวอย่างความกลัว กลัวที่ล้มเหลว และกลัวที่จะทำให้คนอื่นผิดหวังเข้าไปด้วยเมื่อใดก็ตามที่คุณคาดหวัง เมื่อนั้นผลลัพธ์จะออกมาคลาดเคลื่อนไปอีกเล็กน้อย ลองคิดถึงวันที่เป็นวันของคุณแบบสุดๆ ไปเลยก็ได้ วันนั้นการพิชงานออกมาตามที่คุณแพลนไว้อย่างดี หัวหน้าเอ่ยปากชม เพื่อนร่วมงานเฉลิมฉลองให้กับความสำเร็จของคุณครั้งนี้ ทุกอย่างดูจะเป็นใจไปทั้งหมดแต่ลองมาคิดดูดีๆ แล้วตลอดเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันถูกต้อง เพอร์เฟ็กต์เหมือนที่คาดคิดไว้ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มเลยหรือเปล่า ผลลัพธ์ออกมาเป็นบวกเหมือนเป้าใหญ่ที่ตั้งไว้ก็จริง แต่ระหว่างทางไม่มีรอยสะดุดขรุขระหรือเหตุการณ์เฉพาะหน้าเลยจริงๆใช่ไหม? ถ้าใช่ นั่นก็คือร่องรอยความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้นแต่ถามว่ามันเข้าไปเปลี่ยนผลลัพธ์ที่แท้จริงหรือเปล่า คำตอบก็คือไม่ใช่ใช่ไหมนั่นเพราะความสมบูรณ์แบบใดๆ ก็ตามอาจจะไม่ใช่เส้นตรงที่ถูกขีดไว้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม แต่ความเพอร์เฟ็กต์คือเป้าหมายที่ยึดโยงกับความเป็นจริง ยอมรับตัวเองได้ในทุกๆเวอร์ชัน ละทิ้งความไม่สมบูรณ์แบบออกไปบ้าง so accept them as something that makes you human.
การมีความสุขไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะสมบูรณ์แบบ แต่คือการที่คุณตัดสินใจที่ จะมองข้ามความไม่สมบูรณ์นั้นต่างหาก
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=735107698650364&set=a.630751835752618
Leave a Reply