
ย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 13 บทกวีหลายชิ้นของ Jalal al-Din Rumi นักปรัชญาลัทธิซูฟี ชวนให้ผู้อ่านมองเห็นถึงประสบการณ์ ความรู้สึก อุปสรรคที่เกิดขึ้นในชีวิตรวมถึงความเห็นอกเห็นใจ แนะนำให้เราตระหนักว่า แม้แต่อารมณ์เชิงลบก็เป็นครูที่มีค่าสำหรับการเติบโต รวมทั้งยังอธิบายถึงผลกระทบของความเครียดที่กระทบกระเทือนต่อจิตใจและร่างกายจึงไม่แปลกที่แม้ว่าจะผ่านมาหลายร้อยปีแล้ว แต่ผู้คนก็ยังคงชื่นชอบในบทกวีของรูมิ
ส่วนในทางวิทยาศาสตร์เอง การศึกษาล่าสุดแสดงให้เห็นว่า บทกวีมีพลังในการปลอบประโลม ซึ่ง International Arts & Mind Lab ที่มหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์ (Johns Hopkins University) ได้นำเสนอหลักฐานที่น่าเชื่อถือจากการศึกษางานหลายชิ้นว่า ‘บทกวีดีต่อสุขภาพของเรา’
การศึกษาหนึ่งจากปี 2013 ในฟิลิปปินส์ แสดงให้เห็นว่าการเขียนบทกวีช่วยลดภาวะซึมเศร้าในกลุ่มวัยรุ่นที่บอบช้ำ และถูกทารุณกรรมได้อย่างมาก
ต่อมาในปี 2019 การศึกษาจากประเทศฟินแลนด์ ได้วัดการทำงานของสมองส่วนพื้นผิวของทารกแรกเกิด 21 คนที่ฟังคำพูด ดนตรี และเพลงกล่อมเด็กเป็นประจำ มีเพียงเพลงกล่อมเด็กเท่านั้นที่สร้างการตอบสนองของสมองอย่างมีนัยสำคัญ
รวมถึงการศึกษาล่าสุดในปี 2021 โรงพยาบาลโรดไอส์แลนด์ (Rhode Island Hospital) ในอเมริกา พบว่า เด็กที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และได้อ่านหรือเขียนบทกวี มีอารมณ์ด้านลบ เช่น ความกลัว ความเศร้า ความโกรธ ความกังวล และความเหนื่อยล้าลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ขอบคุณที่มา – อ่านเพิ่มเติม : https://web.facebook.com/brandthink.me/photos/a.1767934240198787/3642779356047590/
Leave a Reply