
การปรับสูตรคำนวณบำนาญของประกันสังคมเป็นหัวข้อร้อนแรงที่ถูกถกเถียงกันมานานโดยเฉพาะในหมู่ผู้ประกันตนที่กังวลว่าตนเองอาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2568 คณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ได้มีมติเอกฉันท์ให้เปลี่ยนสูตรคำนวณเงินบำนาญมาใช้ระบบ CARE (Career Average Revalued Earnings) ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำจากสูตรเดิมที่คำนวณจาก 5 ปีสุดท้ายของเงินเดือน
ปัญหาของสูตรบำนาญเดิม
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคม (ผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน) อธิบายว่าสูตรบำนาญเดิมออกแบบมาเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว โดยอิงกับสมมติฐานว่า รายได้ของคนทำงานจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และพุ่งสูงสุดในช่วงท้ายของอาชีพ ซึ่งสะท้อนถึงระบบราชการมากกว่าระบบแรงงานภาคเอกชนในความเป็นจริง ผู้ประกันตนส่วนใหญ่มักถูกเลิกจ้างเมื่ออายุ 40-50 ปี หรือเปลี่ยนจาก มาตรา 33 (พนักงานเอกชน) มาเป็น มาตรา 39 (ผู้ที่เคยเป็นลูกจ้างแต่ยังส่งเงินสมทบเอง) ทำให้ฐานเงินเดือนลดลงเหลือ 4,800 บาท ซึ่งถูกนำมาคำนวณเป็นบำนาญ ส่งผลให้เงินบำนาญที่ได้รับต่ำกว่าที่ควรจะเป็น
สูตรบำนาญใหม่ ระบบ CARE คืออะไร?
สูตร CARE ถูกใช้ในหลายประเทศ เช่น เนเธอร์แลนด์และสหราชอาณาจักร มีหลักการสำคัญคือ นำค่าจ้างเฉลี่ยตลอดอายุงานมาคำนวณบำนาญ และมีการปรับค่าจ้างเก่าให้เป็นมูลค่าปัจจุบันเพื่อความเป็นธรรม โดยสูตรใหม่มี 3 จุดเปลี่ยนสำคัญ ได้แก่
- คำนวณจากเงินเดือนเฉลี่ยตลอดอายุงาน แทนการใช้เฉพาะ 5 ปีสุดท้าย
- มีการปรับค่าจ้างเก่าให้เป็นมูลค่าปัจจุบัน ทำให้ค่าจ้างในอดีตสะท้อนความเป็นจริงของค่าครองชีพ
- มีมาตรการชดเชยหากบำนาญใหม่ต่ำกว่าสูตรเก่า โดยชดเชยให้เท่าสูตรเดิมเป็นเวลา 5 ปี
สูตรใหม่ ม.33 เสียประโยชน์จริงหรือ?
ไม่จริง เนื่องจากสูตรใหม่คำนวณรายได้เฉลี่ยจากทั้งชีวิตการทำงานและมีการปรับค่าแรงในอดีตให้เป็นมูลค่าปัจจุบัน เช่น ถ้าในปี 2550 มีเงินเดือน 9,000 บาท จะถูกปรับเป็น 15,000 บาทในปี 2568 ซึ่งทำให้จำนวนเงินบำนาญเพิ่มขึ้นในระยะยาวนอกจากนี้หากใช้สูตรใหม่แล้วบำนาญลดลงจะมีมาตรการชดเชยให้เท่ากับสูตรเก่าเป็นเวลา 5 ปี ก่อนที่เงินบำนาญจะค่อยๆปรับขึ้นตามค่าจ้างที่ถูกปรับให้เป็นมูลค่าปัจจุบัน
สูตรใหม่ ม.39 ได้ประโยชน์มากที่สุด?
จริง ผู้ประกันตน ม.39 จะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการปรับสูตร เนื่องจากเดิมทีเงินเดือนที่นำมาคำนวณบำนาญถูกจำกัดไว้ที่ 4,800 บาท ส่งผลให้ได้รับบำนาญเพียง 1,500 บาทต่อเดือน แต่สูตรใหม่จะคำนวณจากค่าจ้างตลอดอายุงานทำให้เงินบำนาญของผู้ประกันตน ม.39 อาจเพิ่มขึ้นเป็น 4,000 – 5,000 บาทต่อเดือน
สูตรใหม่จะทำให้กองทุนประกันสังคมล้มละลายหรือไม่?
ฝ่ายวิจัยของสำนักงานประกันสังคมระบุว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะใช้งบประมาณเฉลี่ย 6,000 ล้านบาทต่อปี เป็นระยะเวลา 10 ปี ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่บริหารจัดการได้เมื่อเทียบกับงบประมาณสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์ที่ใช้อยู่ 70,000 ล้านบาทต่อปี ดังนั้นจึงไม่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของกองทุน
ทำไมไม่แยกสูตรบำนาญ ม.33 และ ม.39?
เนื่องจากมีผู้ประกันตนจำนวนมากที่เคยอยู่ใน ม.33 แล้วเปลี่ยนมาเป็น ม.39 ทำให้การแยกสูตรคำนวณเป็นเรื่องยาก การใช้สูตร CARE ช่วยให้ทุกคนได้รับเงินบำนาญที่สะท้อนค่าจ้างจริงตลอดอายุการทำงานมากขึ้น
ผู้ที่รับบำนาญไปแล้วจะได้เพิ่มขึ้นหรือไม่?
ผู้ที่ได้รับบำนาญไปแล้วอาจได้รับการ Top-Up หรือเงินชดเชยระหว่างสูตรเก่าและสูตรใหม่ โดยประกันสังคมกำลังพิจารณามาตรการช่วยเหลือในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้
สูตรใหม่ดีหรือไม่?
เป็นธรรมมากขึ้น เพราะใช้ค่าจ้างเฉลี่ยตลอดอายุงาน ช่วยให้ผู้ประกันตน ม.39 ได้รับบำนาญเพิ่มขึ้นไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของกองทุน มีมาตรการชดเชยหากบำนาญลดลงอย่างไรก็ตาม กระบวนการต่อไปคือ การทำประชาพิจารณ์ เพื่อให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ และคาดว่าน่าจะมีการบังคับใช้ได้จริงในต้นปี 2569
บำนาญสูตรใหม่ความหวังใหม่ของผู้ประกันตน
การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของระบบประกันสังคมไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับความเป็นธรรม และสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นหลังเกษียณ การปรับสูตรคำนวณครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยให้แรงงานไทยได้รับสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป
Leave a Reply