
การดื่มแอลกอฮอล์ทางการแพทย์แบ่งไว้เป็นหลายระดับ มีตั้งแต่ดื่มแบบเสี่ยงต่ำ (low-risk use) คือ ดื่มในระดับภายใต้ขนาดดื่มมาตรฐาน และยังไม่เกิดปัญหาจากการดื่ม จนไปถึงดื่มแบบเสี่ยงสูงและดื่มแบบอันตราย (hazardous use/harmful use) นั่นคือ ดื่มเกินกว่าขนาดมาตรฐานหรือดื่มจนเกิดปัญหาในด้านต่างๆ ซึ่งอาจสามารถหยุดดื่มได้ด้วยตนเอง และกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มที่มีภาวะติดแอลกอฮอล์ (alcohol dependence) ซึ่งควบคุมการดื่มของตนเองไม่ได้แม้จะเกิดผลเสียจากการดื่มตามมามากมายแล้วก็ตาม ซึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่หากทำการงดเหล้าด้วยตนเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์แล้วอาจเกิดอันตรายได้ ผู้ที่มีภาวะติดแอลกอฮอล์นั้น มักจะเป็นผู้ที่ดื่มเป็นประจำทุกวัน ดื่มหนัก และดื่มนานเป็นปีๆ ซึ่งอาการอย่างหนึ่งที่มักเกิดขึ้นก็คือ การติดสารทางกาย ได้แก่ การที่ต้องเพิ่มปริมาณการดื่มมากขึ้นเรื่อยๆเพื่อให้ได้ฤทธิ์เมาเท่าเดิม (tolerance) และเมื่อหยุดดื่มกระทันหันก็จะเกิดอาการถอนแอลกอฮอล์ (withdrawal) ขึ้น ซึ่งอาการถอนแอลกอฮอล์นี้มักจะเริ่มมีอาการตั้งแต่วันแรกของการหยุดดื่ม ได้แก่ มือสั่น ใจสั่น เหงื่อออก รู้สึกร้อนวูบวาบ ปวดศีรษะ และคลื่นไส้อาเจียน โดยในวันที่สอง บางรายอาจมีอาการชักเกร็งกระตุกและหมดสติได้ ซึ่งหากอาการเป็นมากโดนไม่ได้รับการรักษาอาจมีภาวะสับสนร่วมกับอาการถอนแอลกอฮอล์ (delirium tremens, alcohol withdrawal delirium) ซึ่งสัมพันธ์กับการเกิดภาวะแทรกซ้อนทางร่างกายที่อันตรายมากมายโดยทั่วไป ผู้ที่มีภาวะติดแอลกอฮอล์แล้วต้องการหยุดดื่มแพทย์มักจะให้ยาช่วยลดอาการถอน เช่น ยากลุ่ม benzodiazepine เพื่อลดอาการ withdrawal ให้น้อยที่สุดและเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการหยุดแอลกอฮอล์กระทันหัน ดังนั้น หากท่านมีภาวะติดแอลกอฮอล์และตั้งใจหยุดดื่ม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการหยุดดื่มกระทันหัน
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=730686579078069&set=a.470152785131451
Leave a Reply