
กรุงเทพฯ – สปสช. เดินหน้าหนุนนโยบายรัฐ ผลักดันการใช้ “นวัตกรรมทางการแพทย์ที่ผลิตในประเทศไทย” ลดการพึ่งพานำเข้าจากต่างประเทศชี้เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางสาธารณสุขพร้อมวอนสถานพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ร่วมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ทำไมเราต้องหันมาใช้นวัตกรรมไทย? ปัจจุบันประเทศไทยยังคงมีการนำเข้าผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์จากต่างประเทศในสัดส่วนที่สูงมากซึ่งส่งผลต่อ “ดุลการค้า” และที่สำคัญกว่านั้นคือ “ความมั่นคงทางสุขภาพ” หากเกิดวิกฤตการณ์โลกที่ทำให้การขนส่งหยุดชะงักการพึ่งพาตนเองได้ผ่านนวัตกรรมที่ผลิตในบ้านเราจึงเป็นทางออกที่ยั่งยืนที่สุด ภญ.สมฤทัย สุพรรณกูล ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ระบุว่า การส่งเสริมนวัตกรรมไทยไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่คือการทำให้คนไทยเข้าถึงเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยได้ง่ายขึ้นและทั่วถึงกว่าเดิม
สปสช. กับบทบาทสะพานเชื่อมนวัตกรรมสู่ผู้ป่วย
สปสช. ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการสนับสนุนให้นวัตกรรมที่ผ่านการวิจัยและพัฒนาอย่างมีมาตรฐานเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพจริงโดยมีจุดมุ่งหมายหลัก 3 ประการ
- ลดการนำเข้าสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้มีพื้นที่ในตลาดสุขภาพ
- เพิ่มการเข้าถึงช่วยให้สิทธิบัตรทองสามารถครอบคลุมอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้มากขึ้น
- ยกระดับคุณภาพพัฒนามาตรฐานเครื่องมือแพทย์ไทยให้ทัดเทียมสากล
เสียงสะท้อนจากหน้างานกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ
หัวใจสำคัญที่จะทำให้นวัตกรรมไทยเติบโตได้คือ “Feedback จากผู้ใช้งานจริง” สปสช. จึงขอเชิญชวนหน่วยบริการและบุคลากรทางการแพทย์ร่วมกัน
- เปิดใจทดลองใช้: นำนวัตกรรมไทยที่ผ่านการรับรองมาใช้ในการดูแลผู้ป่วย
- เก็บข้อมูลการใช้งาน: รายงานข้อดี ข้อจำกัด หรือปัญหาที่พบจากการใช้งานจริง
- ร่วมพัฒนา: ข้อมูลจากแพทย์และพยาบาลจะเป็นเข็มทิศสำคัญให้ผู้ผลิตนำไปปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์การรักษามากยิ่งขึ้น
ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับประชาชนและหน่วยบริการ: นวัตกรรมทางการแพทย์ที่จะนำมาใช้ในระบบ สปสช. จะต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานมาตรฐาน เช่น อย. หรือผ่านการขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทยเพื่อให้มั่นใจในเรื่อง “ความปลอดภัย” และ “ประสิทธิภาพ” เทียบเท่าของนำเข้าจากต่างประเทศ
Leave a Reply