
หากคุณเป็นคนที่สูบบุหรี่จัดหรือชอบดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำนี่คือสัญญาณเตือนทางสุขภาพที่คุณไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด!หลายคนอาจคิดว่าอาการเสียงแหบเสียงเปลี่ยนเป็นแค่เรื่องไข้หวัดหรือใช้เสียงเยอะธรรมดาๆแต่รู้หรือไม่ว่าหากอาการเสียงแหบนั้นลากยาวไม่หายสักทีมันอาจเป็นสัญญาณแรกเริ่มของ “มะเร็งกล่องเสียง (Laryngeal Cancer)” โรคร้ายที่หากปล่อยทิ้งไว้จนลุกลามอาจพรากชีวิตได้ภายในเวลาเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น! โดยโรคนี้มักถูกตรวจพบในกลุ่มผู้ชายมากกว่าผู้หญิงวันนี้เราจะพามาเจาะลึกภัยเงียบนี้พร้อมวิธีแยกแยะอาการและแนวทางการรักษาเพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลมกันกล่องเสียงทำหน้าที่อะไรและทำไมถึงเป็นมะเร็ง? กล่องเสียงเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำงานประสานตรงกับสมองมีหน้าที่หลักในการปรับดึงเส้นเสียงเพื่อให้เราสามารถเปล่งเสียงออกมาเป็นคำพูดร้องเพลงหรือสื่อสารได้เมื่อใดก็ตามที่มีเซลล์ผิดปกติหรือมีเนื้องอกเกิดขึ้นบริเวณกล่องเสียงระบบเสียงของเราจะเปลี่ยนไปทันที 2 ปัจจัยเสี่ยงตัวร้าย
- บุหรี่ (รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้าและควันบุหรี่มือสอง) สารเคมีและสารก่อมะเร็งในควันจะเข้าไประคายเคืองและทำลายเซลล์เนื้อเยื่อกล่องเสียงโดยตรง
- เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์สุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดจะเข้าไปกระตุ้นให้เนื้อเยื่ออักเสบเรื้อรัง และยิ่งเพิ่มความเสี่ยงทวีคูณหากดื่มควบคู่ไปกับการสูบบุหรี่
เช็กด่วน! 5 อาการเตือนรีบพบแพทย์ก่อนสายเกินแก้
ในระยะแรกมะเร็งกล่องเสียงมักเริ่มจากเนื้องอกเล็กๆบนเส้นเสียงข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างซึ่งยังไม่ลุกลามออกไปภายนอกหากสังเกตเห็นความผิดปกติเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์เฉพาะทาง (หู คอ จมูก) ทันที
- เสียงแหบเรื้อรังติดต่อกันนานเกิน 2 สัปดาห์ขึ้นไป (โดยไม่มีอาการหวัดหรือไม่ได้ใช้เสียงหักโหม)
- คลำพบก้อนที่คอหรือมีอาการต่อมน้ำเหลืองที่คอโตขึ้น
- กลืนอาหารลำบากหรือรู้สึกเจ็บทุกครั้งที่กลืน
- หายใจขัด ขัดข้อง หรือหายใจลำบาก (เนื่องจากเนื้องอกเริ่มโตจนอุดกั้นทางเดินหายใจ)
- ไอเรื้อรัง หรือไอมีเลือดปน (ในระยะที่รอยโรคเริ่มแผล่ขยาย)
มะเร็งกล่องเสียง VS กรดไหลย้อนสับสนกันบ่อยแยกอย่างไร?
ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยมักเข้าใจผิดคิดว่าอาการเสียงแหบและมีอะไรจุกอยู่ที่คอเกิดจากโรคกรดไหลย้อนขึ้นมาที่กล่องเสียง (Laryngopharyngeal Reflux) ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมกินแล้วนอนจนทำให้หลอดอาหารและกล่องเสียงด้านหลังอักเสบบวมแดง (ซึ่งสามารถรักษาให้หายได้ด้วยการปรับพฤติกรรมและทานยา) ความต่างที่แพทย์ตรวจพบ
- กรดไหลย้อนจะพบการอักเสบบวมแดงที่ด้านหลังของกล่องเสียงแต่ไม่มีเนื้องอก
- มะเร็งกล่องเสียงแพทย์จะส่องตรวจพบก้อนเนื้องอกบนเส้นเสียงโดยตรง
ดังนั้น วิธีเดียวที่จะรู้ผลได้อย่างชัดเจนและแม่นยำที่สุดคือการเข้ารับการตรวจโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้นครับ
แนวทางการรักษาเลือกวิธีไหนให้เหมาะกับร่างกาย?
หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นผลการรักษาค่อนข้างดีมากและมีโอกาสหายขาดสูงโดยแพทย์จะพิจารณาแนวทางรักษาหลักๆ 2 วิธี ตามสภาพร่างกายและโรคประจำตัวของผู้ป่วย
1. การฉายรังสี (Radiation Therapy)
- ข้อดี: ไม่ต้องผ่าตัดอวัยวะกล่องเสียงยังอยู่ครบสมบูรณ์หลังรักษาเสร็จเนื้อเสียงจะค่อนข้างดี มีเพียงแผลเป็นภายในเล็กน้อย
- ข้อเสีย: ใช้เวลาการรักษานานต้องเดินทางมาโรงพยาบาลต่อเนื่องเป็นเดือนๆและมีผลข้างเคียงชั่วคราว เช่น คอแห้ง กลืนลำบาก ผิวหนังบริเวณคอไหม้
2. การผ่าตัด (Surgery)
- ข้อดี: ใช้เวลาในการรักษาและพักฟื้นในโรงพยาบาลสั้นกว่าจบกระบวนการได้รวดเร็ว
- ข้อเสีย: อาจต้องสูญเสียอวัยวะหรือเนื้อเยื่อบางส่วนในกล่องเสียงไปทำให้เสียงหลังผ่าตัดเปลี่ยนไปหรือแหบลง (แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ฝึกพูดและใช้งานในชีวิตประจำวันได้)
กรณีลุกลาม: หากเชื้อมะเร็งกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองแล้วแพทย์จำเป็นต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน เช่น การผ่าตัดร่วมกับการฉายรังสีและการให้ยาเคมีบำบัด (Chemotherapy) เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการกวาดล้างเซลล์มะเร็ง
คาถาป้องกันปรับพฤติกรรมวันนี้ก่อนสายเกินแก้
- เลิกสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันมือสองการอยู่ห่างจากผู้ที่สูบบุหรี่จะช่วยลดความเสี่ยงลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
- ลด-ละ-เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อลดการระคายเคืองเรื้อรังของเนื้อเยื่อในลำคอ
- สังเกตตัวเองและคนใกล้ชิดหากมีพฤติกรรมเสี่ยงและมีอาการเสียงแหบยาวนานเกิน 2 สัปดาห์ อย่ารอให้ปวดหรือก้อนโตให้รีบไปตรวจคัดกรองทันทีเพราะการพบแพทย์ตั้งแต่ระยะแรกคือหัวใจสำคัญที่ช่วยรักษาชีวิตและรักษากล่องเสียงของคุณเอาไว้ได้ครับ
ข้อมูลโดย: ผศ. นพ.ภูริช ประณีตวตกุล (ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล) ที่มา: งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
Leave a Reply