ปวดจนอ่อนแรงแต่ต้องรอ MRI นาน 2 ปี! สะท้อนปัญหาการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วยประกันสังคม

เมื่อสุขภาพเริ่มมีปัญหาสิ่งที่ผู้ป่วยคาดหวังคือ “การรักษาที่รวดเร็วและเหมาะสม”
แต่ในความเป็นจริงผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะผู้ที่ใช้สิทธิประกันสังคม กลับต้องเผชิญกับ ความล่าช้าในการวินิจฉัยและการรักษาอย่างน่าห่วง ล่าสุด คุณหมอภาคภูมิ เดชหัสดิน หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “หมอหมี” ได้ออกมาเล่าถึงเคสหนึ่งที่ชี้ให้เห็นถึงปัญหานี้อย่างชัดเจน

เรื่องจริงสะเทือนใจรอ MRI นานถึง 2 ปี

ผู้ป่วยคนหนึ่งมีอาการปวดหลังร้าวลงขาอย่างรุนแรง จนถึงขั้น กล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งเป็นอาการที่บ่งชี้ว่า อาจมีการกดทับเส้นประสาท หรือหมอนรองกระดูกทับเส้น แพทย์วินิจฉัยเบื้องต้นว่าควรตรวจด้วย MRI (Magnetic Resonance Imaging) เพื่อประเมินสภาพของกระดูกสันหลังอย่างละเอียดแต่สิ่งที่น่าตกใจคือ “ต้องรอคิว MRI นานถึง 2 ปี!” ผลลัพธ์คือผู้ป่วยต้องทนเจ็บอาการทรุดลงและคุณภาพชีวิตแย่ลงเรื่อยๆ ทั้งที่ในบางกรณี หากได้รับการรักษาเร็ว อาการอาจดีขึ้น หรือหายขาดได้เลย

MRI สำคัญแค่ไหน?

MRI เป็นเครื่องมือสำคัญในการวินิจฉัยโรคที่เกี่ยวกับ

  • กระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูก
  • สมองและเส้นประสาท
  • ข้อเข่า ข้อไหล่ และอวัยวะภายใน

โดยเฉพาะในกรณีที่สงสัยว่าเส้นประสาทถูกกดทับ การตรวจ MRI จะช่วยวินิจฉัยได้แม่นยำ และวางแผนการรักษาได้ตรงจุด เช่น การผ่าตัด การทำกายภาพบำบัด หรือการฉีดยาลดการอักเสบเฉพาะจุด หากล่าช้าเกินไปอาจส่งผลให้ระบบประสาทเสียหายถาวร กล้ามเนื้อฝ่อลีบ และเดินไม่ได้ในที่สุด

ประกันสังคมต้องดูแลผู้ประกันตนให้ดีกว่านี้

หมอหมีระบุว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือระบบของประกันสังคมในบางพื้นที่ยังมีข้อจำกัดด้าน

  • จำนวนเครื่อง MRI
  • บุคลากรทางการแพทย์ที่มีจำกัด
  • ระบบคัดกรองที่ล่าช้า
  • และการขาดการติดตามผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง

“ประกันสังคมไม่ควรเป็นแค่สิทธิขั้นพื้นฐาน แต่ควรเป็นเครื่องมือที่สร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงการรักษา” การที่ผู้ป่วยต้องรอการตรวจที่สำคัญนานเกิน 1-2 ปี เท่ากับการ “ทิ้งผู้ป่วยไว้กับความเจ็บปวดโดยไม่มีทางออก”

ข้อเสนอเพื่อระบบที่ดีกว่า

  1. เพิ่มงบประมาณให้โรงพยาบาลในเครือประกันสังคม เพื่อซื้อเครื่อง MRI และจัดบุคลากรให้เพียงพอ
  2. ปรับระบบคัดกรองผู้ป่วยเร่งด่วน ให้สามารถเข้าถึงการตรวจได้เร็ว
  3. ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของผู้ประกันตน มากกว่าตัวเลขงบประมาณ
  4. เปิดช่องให้ส่งต่อผู้ป่วยที่มีภาวะฉุกเฉินไปยังโรงพยาบาลรัฐที่มีเครื่องมือทันสมัย โดยไม่ต้องติดขั้นตอนยุ่งยาก

บทส่งท้าย: สุขภาพไม่ควรรอ

สุขภาพไม่ใช่เรื่องที่ควร “เสี่ยงรอ” เพราะอวัยวะบางส่วนของร่างกาย เช่น เส้นประสาทหรือสมอง เมื่อเสียหายไปแล้ว ไม่สามารถฟื้นกลับมาได้ 100% การเข้าถึงการรักษาอย่างทันท่วงที คือสิ่งที่ทุกคนควรได้รับโดยไม่ต้อง “รอให้แย่ก่อน”เราหวังว่าเสียงสะท้อนจากผู้ป่วย และคำเตือนจากคุณหมอจะปลุกให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในระบบประกันสังคมเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงสิทธิ์การรักษาอย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพ


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *