#ปวดหัวข้างเดียว# ปวดศีรษะคลัสเตอร์คืออะไร?

#ปวดศีรษะคลัสเตอร์คืออะไร

โรคนี้คืออาการปวดศีรษะข้างเดียวชนิดนึงที่พบไม่ได้บ่อยมาก แต่เป็นการปวดที่รุนแรงมาก ปวดมาก ๆ ค่ะ 🤕

ที่เรียกว่าคลัสเตอร์ (Cluster) เพราะอาการปวดมันจะมาเป็นชุด ๆ เป็นช่วง ๆ แบบว่า ปวดติด ๆ กัน 2-3 อาทิตย์ แล้วก็หายปวดไปเลย 2-3 เดือนก็ได้ค่ะ

#ลักษณะอาการปวด

อาการหลัก ๆ ของปวดคลัสเตอร์จะมี 3 อย่างค่ะ

👉1.ปวดศีรษะข้างเดียว โดยเฉพาะบริเวณรอบกระบอกตา หรือบริเวณขมับ อาจร้าวไปท้ายทอย หรือบริเวณอื่นได้ โดยจะปวดมาก หรือมากสุด ๆ เลยค่ะ

✌️2.ปวดเป็นรอบ ๆ โดยจะปวดสั้น ๆ ถี่ ๆ รอบนึงประมาณ 15 นาที ถึง 3 ชม. ปวดทุกวัน เวลาเดิม ๆ โดยเฉพาะช่วงกลางคืนหลังนอนไปแล้ว 1-2 ชั่วโมง โดยวันนึงอาจปวดได้ 1-8 รอบเลยค่ะ

🤟3.มีอาการอื่น ๆ ของระบบประสาทอัตโนมัติร่วมด้วยค่ะ เช่น ตาแดง ตาบวม หนังตาตก น้ำตาไหล น้ำมูกไหล คัดจมูก หน้าผากบวม หรือบวมทั้งหน้าก็ได้ค่ะ

ซึ่งอาการปวดก็จะปวดติด ๆ กันได้ อาจจะแค่ไม่กี่สัปดาห์ จนถึงเป็นปี แล้วก็เข้าช่วงหายปวด ก็จะไม่มีอาการเลยถึง 3 เดือน หรือนานกว่านั้นก็ได้ค่ะ

#สาเหตุของโรค

สำหรับสาเหตุจริง ๆ ของโรคนี้ก็ยังไม่ทราบแน่ชัดค่ะ แต่จากการที่อาการปวดเป็นรอบ ๆ แบบนี้ ก็เลยเชื่อว่าน่าจะเกี่ยวกับ biological clock ซึ่งควบคุมโดยสมองส่วน hypothalamus ทำงานผิดปกติค่ะ

#ใครเสี่ยงบ้าง#ผู้ชายวัยกลางคนเจอบ่อยเลยค่ะ👱‍♂️

1. พันธุกรรม ถ้ามีคนในครอบครัวปวดหัวคลัสเตอร์ เราก็เสี่ยงมากขึ้นค่ะ

2. เพศชาย จะเป็นมากกว่าเพศหญิง ประมาณ 3 เท่าค่ะ

3. อายุ พบมากในช่วง 20-50 ปี (แต่จากประสบการณ์หมอจะเจอหลังอายุ 30 มากกว่าค่ะ)

4. ท่านที่สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์

#การวินิจฉัยโรค#ต้องCTหรือMRIไหม

สำหรับการวิจัยฉัยว่าเป็นโรคนี้ หมอจะใช้อาการ 3 ข้อก่อนหน้านี้ ร่วมกับการตรวจร่างกาย และการทำ CT หรือ MRI เพื่อตัดโรคอื่น ๆ ในสมองออกก่อนค่ะ ถ้าเป็นปวดศีรษะคลัสเตอร์จะไม่มีความผิดปกติของสมองค่ะ ทำ CT หรือ MRI แล้วปกติ หมอจึงจะวินิจฉัยว่าเป็น ปวดศีรษะคลัสเตอร์ได้ค่ะ

นอกจากนี้ก็ยังต้องแยกโรคนี้จากอาการปวดศีรษะข้างเดียวอื่น ๆ เช่น ไมเกรนด้วยเพื่อให้ได้รับการรักษาที่ถูกต้องค่ะ ซึ่งจริง ๆ แล้วจากประสบการณ์หมอ ก็แยกไม่ยาก เพราะท่านที่ปวดคลัสเตอร์ก็จะมีอาการโรคนี้ชัดเจนมาก ๆ ค่ะ

#วิธีการรักษา

สำหรับการรักษาปวดคลัสเตอร์ เป็นโรคที่หมออยากให้ทุกคนได้รับการรักษาที่ถูกต้องนะคะ เพราะโรคนี้เป็นโรคที่ปวดมาก ๆ จนมีคำเรียกว่าเป็น suicide headache เพราะมันปวดมาก ๆ จนอยากฆ่าตัวตายได้เลย ซึ่งท่านที่ได้รับการรักษาก็มักจะได้ผลลัพธ์ที่ดี โดยการรักษาจะควบคู่กันทั้งการรักษาช่วงที่มีอาการปวด และการรักษาด้วยการป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดค่ะ

⚠️รักษาตอนกำลังปวด

ในช่วงที่มีอาการปวด การใช้ยาพาราเซตามอล , หรือกลุ่มแก้อักเสบ nsaid อย่าง ibuprofen ทั่วไป มักจะไม่ได้ผล ต้องใช้ยาแก้ปวดเฉพาะกลุ่มเช่น triptans ค่ะ แต่ที่ได้ผลเร็วและดีมาก ๆ ก็คือการดม oxygen ค่ะ

บางท่านที่เป็นโรคนี้ก็อาจจะต้องซื้อ oxygen ไว้ในบ้านค่ะ เพราะการสูด oxygen 100% ที่ 12-15 lithe/minute จะช่วยให้อาการปวดหายได้ภายใน 15-20 นาทีเลยค่ะ ซึ่งเกิดจากหลาย ๆ กลไก ทั้งการทำให้เส้นเลือดที่ขยายเกิดการหดตัว ช่วยลดการหลั่ง CGRP และ substance P สารสื่อประสาทที่ทำให้เกิดโรค ลดการอักเสบของระบบประสาท และทำให้ hypothalamus ทำงานได้ปกติขึ้นด้วยค่ะ

⚠️การป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวด

การรักษาที่สำคัญของโรคนี้ คือการใช้ยาป้องกันไม่ให้ปวดด้วยค่ะ ซึ่งจะมียาหลากหลายมากค่ะในปัจจุบัน เช่น ใช้ยากลุ่ม Calcium channel blockers อย่าง verapamil , การใช้สเตียรอยด์ในช่วงสั้น ๆ และยากันชัก ซึ่งแพทย์ก็จะเป็นผู้พิจารณาเลือกใช้ยาให้ตามความเหมาะสมค่ะ

นอกจากยากินแล้วปัจจุบันก็มียาฉีดในกลุ่ม CGRP-antagonist ซึ่งมีวิจัยว่าช่วยในการป้องกันโรคนี้ได้ดีด้วยนะคะ แต่งานวิจัยอาจจะยังไม่มากพอให้การฉีดยาป้องกันเป็นการรักษาหลัก แต่จากประสบการณ์หมอก็พบว่า หลายท่านตอบสนองได้ดี โดยการฉีดเพียง 1 ครั้งต่อเดือน ติดกันประมาณ 3 เดือน ก็ช่วยให้อาการโรคดีขึ้นมาก แต่ก็ยังมีข้อเสียที่ยายังมีราคาที่ค่อนข้างแพง จึงต้องพิจารณาวิธีนี้ตามอาการไปค่ะ

ขอบคุณที่มา – อ่านเพิ่มเติม : https://web.facebook.com/photo/?fbid=729245395662045&set=a.520540383199215


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *