
โดยหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างปัญหาแก่สิ่งแวดล้อม ได้แก่ ‘อุตสาหกรรมแฟชั่น’ ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง จนสร้างผลกระทบที่รุนแรงต่อสภาพแวดล้อมแบบทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
การที่อุตสาหกรรมนี้สามารถเติบโตขึ้นมาได้ ก็มาจากกระแส Fast Fashion ของผู้บริโภคนั่นเอง ซึ่งหากไม่สังเกตให้ดีตัวเราเองอาจเป็นหนึ่งในผู้ที่สนับสนุนกระแสที่สร้างผลกระทบแก่โลกใบนี้ อย่างความเชื่อเรื่อง ‘สีเสื้อมงคล’ ที่หลายคนกำลังอินอยู่ในตอนนี้ก็อาจเป็นหนึ่งในความเชื่อที่ไปส่งเสริมกระแส Fast Fashion แบบไม่รู้ตัวได้เช่นกัน
กระแส Fast Fashion คืออะไร และส่งผลร้ายแก่โลกใบนี้อย่างไร?
Fast Fashion คือ กระแสเสื้อผ้า หรือสินค้าแฟชั่นที่ผลิตออกมาอย่างรวดเร็วและในต้นทุนที่ต่ำ เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค ที่มีกระแสของแฟชั่นที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วนั่นเอง
ซึ่งกระแสที่เกิดขึ้นทำให้เสื้อผ้าบางชิ้นมีอายุการใช้งานที่สั้นลง เสื้อผ้าถูกใช้ไปแค่ไม่กี่ครั้งก็ถูกนำไปทิ้งเพราะตกจากกระแส อีกทั้งในแต่ละครั้งของการผลิตเกิดเสื้อผ้าขึ้นเป็นจำนวนมาก พอเกิดเทรนใหม่ขึ้นมาแล้ว เสื้อผ้าที่ขายไม่ออกก็ต้องถูกนำไปกำจัดทิ้ง สิ่งนี้จึงทำให้กระแสดังกล่าวสร้างขยะจำนวนมหาศาลแก่โลกใบนี้
นอกจากนี้อุตสาหกรรมการผลิตเสื้อผ้าสิ่งทอยังปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงประมาณ 1.2 พันล้านตัน และยังเป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรม ที่ใช้น้ำในกระบวนการผลิตและทำความสะอาดสินค้ามากที่สุดในโลก โดยเฉพาะเสื้อผ้าที่ผลิตจากเส้นใยฝ้าย เนื่องจากในกระบวนการปลูกฝ้ายจำเป็นต้องใช้น้ำในปริมาณมาก โดยฝ้ายที่ใช้ผลิตเสื้อ 1 ตัว จะใช้น้ำในการปลูกมากถึง 2,700 ลิตร เลยทีเดียว กระแส fast fashion จึงเป็นกระแสที่สร้างภาระและผลร้ายให้แก่สิ่งแวดล้อมและโลกของเราอย่างมหาศาล
ความเชื่อเรื่อง ‘เสื้อสีมงคล’ อาจส่งผลกระทบต่อโลกแบบไม่รู้ตัว
เชื่อว่ามีหลายคนที่ก่อนจะออกจากบ้าน หรือก่อนออกไปทำงานในแต่วัน จะต้องดูสีเสื้อผ้าจากตารางสีมงคลที่จะช่วยเสริมความมั่นใจ ตามความเชื่อของสีต่าง ๆ ในแต่ละวัน จนทำให้ความเชื่อเรื่องสีมงคลกลายเป็นสิ่งที่หลายคนยึดเป็นหลักในการแต่งตัวในแต่ละวัน ซึ่งสิ่งนี้ก็เริ่มขยายไปถึงการเลือกซื้อเสื้อผ้าสำหรับสวมใส่มากขึ้น
เพราะบางคนก็เริ่มซื้อเสื้อผ้ามากขึ้นจากความเชื่อนี้ เพื่อให้มีสีเสื้อให้ครบกับสิ่งที่เสริมความเชื่อด้านต่าง ๆ ในแต่ละวัน เช่น สีที่เสริมด้านการงาน สีที่เสริมด้านเงินทอง ของแต่ละวันที่ไม่เหมือนกัน จนกลายเป็นว่าความเชื่อนี้กลายเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการซื้อสินค้าประเภทเสื้อผ้าที่มากขึ้น จนกลายเป็นหนึ่งในการสนับสนุนกระแส Fast Fashion แบบที่ไม่รู้ตัวนั่นเอง
หยุดกระแส Fast Fashion แต่ยังเสริมความเชื่อไปด้วยได้อย่างไร?
การหยุดยั้งกระแส Fast Fashion นั้น ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องหยุดการแต่งตัว หรือจะไม่สามารถใส่เสื้อผ้าเพื่อเสริมความเชื่อเรื่องเสื้อสีมงคลได้อีกต่อไป เพราะเรามีวิธีที่สามารถช่วยกันหยุดกระแสหรือลดกระแสของ Fast Fashion แต่ยังสามารถสนุกไปกับแฟชั่นและเสริมเรื่องเสื้อสีมงคลไปได้ด้วย 5 ข้อ ง่าย ๆ ดังนี้
1.เลือกซื้อเสื้อผ้าที่มีคุณภาพ
จากการที่เลือกซื้อเสื้อผ้าที่ราคาถูกและคุณภาพต่ำ ใช้ได้จำนวนน้อยครั้งให้ลองหันมาเลือกซื้อเสื้อผ้าที่คุณภาพดี คงทน สามารถใช้ได้อย่างคุ้มค่าและใช้ได้ในระยะเวลานานขึ้น รวมถึงเลือกซื้อเสื้อผ้าที่สามารถใช้ได้ในหลาย ๆ งาน สามารถนำมาปรับใช้ได้ในทุกโอกาสมากขึ้น
2.ดูแลรักษาเสื้อผ้าให้มีอายุการใช้งานนานขึ้น
หันมาดูแลใส่ใจเสื้อผ้าแต่ละชิ้นที่มีอยู่ให้มากขึ้น เพื่อให้เสื้อผ้าของเรามีอายุการใช้งานที่นานขึ้น โดยใส่ใจตั้งแต่การซัก ทั้งการเลือกน้ำยาซักผ้าแบบอ่อนโยน การหลีกเลี่ยงการอบซึ่งเป็นการทำลายผ้า รวมไปถึงการตากควรเลือกตากในที่แดดไม่จัดเพื่อเป็นการถนอมสีผ้า เป็นต้น
3.หันมาใช้เสื้อผ้ามือสอง
อีกหนึ่งหนทางสำคัญในการช่วยหยุดกระแสของ Fast Fashion คือการหยุดการผลิตเสื้อผ้าให้น้อยลงด้วยการกันมาใช้เสื้อผ้ามือสอง สร้างกระแสการหมุนเวียนเสื้อผ้าและแฟชั่นให้เกิดขึ้น ทำให้แฟชั่นการแต่งตัวยังคงอยู่และสามารถหมุนเวียนไปสู่คนอื่น ๆ ได้โดยไม่ต้องผลิตเสื้อผ้าขึ้นใหม่
4.เลือกซื้อเสื้อผ้าจากแหล่งผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ศึกษาข้อมูลและเลือกซื้อเสื้อผ้าจากแบรนด์ หรือประเทศที่มีการควบคุมเรื่องการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น วัตถุดิบที่เลือกใช้ เป็นวัตถุดิบสามารถย่อยสลายได้ง่ายหรือนำมารีไซเคิลได้ หรือมีกระบวนการผลิตที่มีความเข้มงวดในเรื่องของการกำหนดปริมาณสารพิษที่จะปล่อยลงสู่แหล่งน้ำว่าต้องห้ามเกินปริมาณเท่าไรถึงจะปลอดภัย เป็นต้น
5.เปลี่ยนเทรนด์จาก Fast Fashion เป็น Slow Fashion
Slow Fashion เป็นอีกตัวช่วยสำคัญในการหยุด Fast Fashion ได้แบบยั่งยืน โดย Slow Fasion เป็นการกระทำที่ตรงข้ามกับ Fast Fashion คือการทำให้เสื้อผ้าใส่ได้นาน ๆ เพื่อลดการผลิต เลือกชิ้นงานคุณภาพสูง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดังนั้นหากจะหยุด Fast Fashion ก็ควรช่วยกันทำให้กระแสของ Slow Fashion นั้นเติบโตและเป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยการเริ่มที่ตัวเองและค่อย ๆ แชร์สู่คนนอก ส่งต่อแนวคิดนี้สู่สังคม เพื่อให้เกิดกระแส Slow Fashion ในวงกว้างมากขึ้นนั่นเอง
อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าการหยุดกระแส Fast Fashion นั้นไม่ได้หมายถึงการหยุดแฟชั่นการแต่งตัวของเราไป แต่หมายถึงการใส่ใจในการเลือกซื้อ จัดสรรแฟชั่นหรือการแต่งตัวของเราให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อให้เรายังสามารถสวมเสื้อผ้าสีมงคลในวันต่าง ๆ ไปพร้อมกับการส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่ดีไปด้วยกันได้นั่นเอง
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=604507471829746&set=a.578705574409936
Leave a Reply