
จากข้อมูลกรมสุขภาพจิตปี 2565 พบว่า วัยรุ่นอายุ 10-19 ปี ประมาณ 1 ใน 7 คน และเด็กอายุ 5-9 ปี ประมาณ 1 ใน 14 คน มีความผิดปกติทางจิตประสาทและอารมณ์โดยวัยรุ่นอายุ 13-17 ปี ร้อยละ 17.6 เคยคิดทำร้ายตัวเอง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 3 ของวัยรุ่น และยังพบปัญหาการกลั่นแกล้งกัน ปัญหาความรุนแรง การถูกทอดทิ้ง ถูกทารุณกรรมที่ส่งผลให้เกิดปัญหาทางสุขภาพจิตมากขึ้นจากข้อมูลข้างต้น จะเห็นว่า ในปัจจุบันเรื่องสุขภาพจิตนั้น เป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน โดยเฉพาะวัยเด็กและวัยรุ่น ซึ่งเป็นวัยที่กำลังเติบโต นั่นเป็นสิ่งที่เราจะต้องตระหนักและให้ความสำคัญเป็นอย่างมากแล้วอะไรคือสิ่งที่เราทุกคนสามารถช่วยกันป้องกันปัญหานี้ได้บ้าง? ทำความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาวะทางใจ
– สุขภาวะทางใจ คือความรู้สึกในใจและความนึกคิดของเรา
– สุขภาวะทางใจ มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เราอาจรู้สึกเข้มแข็ง แต่ในวันรุ่งขึ้นกลับรู้สึกวิตกกังวล ให้เข้าใจว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่อารมณ์จะมีขึ้น ๆ ลง ๆ โดยเฉพาะในวัยรุ่น
– ความยืดหยุ่นทางใจ คือทักษะในการเอาชนะอุปสรรคและปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลง จิตใจต้องการการฝึกฝนอยู่เสมอ เพื่อช่วยให้เราจัดการกับความเครียดหรือปัญหาได้ดียิ่งขึ้น
– เรียนรู้ที่จะมองว่าการมีปัญหาเรื่องสุขภาวะทางใจ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย
– ปัญหาเรื่องสุขภาวะทางใจ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทั่วไป
– การสนับสนุนทางสังคม คือการที่ผู้อื่นสามารถช่วยเราจัดการเรื่องสุขภาวะทางใจได้และเราสามารถขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นได้ หรือสามารถเสนอตัวเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นได้
ความตระหนักรู้ภายในตนเอง
– คือการทำความเข้าใจในตัวเอง นั่นคือการรับฟังความคิดและอารมณ์ของตัวเองรู้ว่ากำลังรู้สึกอย่างไร ทำไมถึงรู้สึกแบบนั้น นอกจากนี้ยังรวมถึงการทำความเข้าใจว่าคนอื่นๆ อาจมองเราต่างจากมุมมองที่เรามีต่อตัวเอง
– ยิ่งรู้จักตัวเองดีมากเท่าไหร่ ยิ่งรู้สึกเข้มแข็งมากขึ้นเท่านั้น การทำความเข้าใจกับความรู้สึกตัวเอง จะทำให้รู้จุดแข็งและจุดอ่อน และช่วยทำให้รู้วิธีเอาชนะความท้าทายต่างๆที่เข้ามาได้
– ทำยังไงถึงจะมีความตระหนักรู้ภายในตัวเอง
1. ให้เวลาตัวเองได้รับฟังและสะท้อนความรู้สึกที่มี บันทึกส่วนตัวในแต่ละวันถือเป็นวิธีเริ่มต้นที่ดี
2. ใส่ใจความรู้สึกในสถานการณ์ต่าง ๆ ตลอดวัน ว่าสถานการณ์ไหนบ้างที่ทำให้เรามีความสุข และสถานการณ์ไหนที่ทำให้รู้สึกกังวล อึดอัดใจ
3. ฝึกซ้อมว่าจะบอกหรืออธิบายความรู้สึกในใจกับผู้อื่นยังไงและวิธีแบบไหนที่จะช่วยให้เราระบายออกไปได้ หรือช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้
เสริมสร้างสุขภาวะทางกายและใจ
– มีกิจวัตรประจำวันที่แน่นอน โดยตื่นและนอนให้เป็นเวลาพักผ่อนให้เพียงพอและสร้างนิสัย วางกิจวัตรประจำวันให้แน่นอน
– ออกไปเดิน ใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ เพื่อรับอากาศให้ความสดชื่นและทำให้เลือดไหลเวียนไปสู่ร่างกายและสมองได้ดีขึ้น
– กินอาหารที่มีประโยชน์ ลดอาหารจำพวกเครื่องดื่มชูกำลัง อาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง รวมถึงแอลกอฮอล์ ซึ่งอาจทำให้รู้สึกกังวลและเกิดอาการหงุดหงิดง่าย
– การฝึกสมาธิหรือการยืดเส้นยืดสาย ควบคุมลมหายใจและอัตราการเต้นของหัวใจทำให้เครียดน้อยลง และยังเพิ่มความมั่นใจในตัวเอง อาจเริ่มจากการเปิดเพลงที่ทำให้ผ่อนคลาย นั่งในท่าสบายตัว หลับตาลงและผ่อนลมหายใจเข้าออกช้าๆ
– การออกไปพบปะเพื่อนฝูง จะนำไปสู่การสนับสนุนทางสังคมทำให้เรารู้สึกถึงความรักและความเอาใจใส่จากผู้คนรอบตัว อาจโทรคุยกันเพื่อนหรือนัดทานอาหารจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้
– หาพื้นที่ปลอดภัยให้ตัวเอง การรู้สึกว่าต้องคอยระวังอยู่ตลอดเวลา อาจทำให้จิตใจอ่อนล้า หาพื้นที่ปลอดภัย อาจจะเป็นออนไลน์หรืออฟไลน์ ที่ช่วยให้เราบอกเล่าความเป็นตัวเองได้อย่างอิสระ หาคนที่ทำให้รู้สึกปลอดภัย หรือสถานที่ที่คุ้นเคย ที่ทำให้รู้สึกสบายใจ หรือดนตรีก็สามารถช่วยสร้างพื้นที่สงบและปลอดภัยให้เราได้เหมือนกัน
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.facebook.com/mediscorp
Leave a Reply