
หรือเรากำลังแก่ก่อนวัยอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนที่ร่างกายกำลังบอกว่า “ร่างกายขาดวิตามิน”แม้วิตามินหรือเกลือแร่จะเป็นสารอาหารที่ร่างกายไม่ต้องการ สูงมากนัก แต่ความสำคัญคือต้องอยู่ในระดับที่สมดุล ให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิตของ เราในช่วงเวลานั้นๆ เพราะวิตามินไม่ใช่แค่ช่วยให้ร่างกายทำงานได้ปกติ แต่ยังมีส่วน ช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ หรือทำให้ร่างกาย และ อวัยวะต่างๆ ของเราไม่เสื่อมไป ก่อน เวลาอันควร ซึ่งแน่นอนถ้าร่างกายเรามีระดับวิตามินและแร่ธาตุไม่เพียงพอ หรือ มีตัวใดสูงต่ำกว่าปกติ จะทำให้เรารู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว และยังส่งผลให้เกิด อาการไม่พึงประสงค์ต่างๆ ลามไปเป็นอาการเจ็บป่วย แตกต่างกันออกไปตามวิตามินที่ คุณบกพร่องมาดูกันว่าขาดวิตามินแต่ละชนิดจะมีอาการอย่างไร เผื่อว่าคุณกำลังมีอาการเหล่านี้อยู่
-ขาด Vitamin A กระทบต่อปัญหาการมองเห็น ภูมิต้านทานต่ำ โรคผิวหนัง
-ขาด Vitamin B (B1) > โรคเหน็บชา แขนขาอ่อนแรง (B2) > โรคปากนกกระจอก (B3)> ผิวหนังอักเสบ (B6) > อ่อนเพลีย ปวดหัวง่าย (B12) > ระบบประสาทเสื่อม
– ขาด Vitamin C เลือดออกตามไรฟัน ภูมิต้านทานต่ำ ภูมิแพ้ โรคผิวหนัง
– ขาด Vitamin D เสี่ยงโรคกระดูก อ่อนเพลียง่าย ซึมเศร้า
– ขาด Vitamin E เสี่ยงอัลไซเมอร์ กล้ามเนื้อฝ่อ โรคผิวหนัง
– ขาด Vitamin K เลือดแข็งตัวช้า เป็นตะคริว กระดูกพรุน
อาการเหล่านี้อาจไม่ได้เกิดจากการขาดวิตามินเพียงตัวใดตัวหนึ่ง แต่ปัญหาเกิดเพราะระดับวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ไม่สมดุล
ผมร่วม ผมบาง ผมขาดง่าย เกิดจากการขาดวิตามินและแร่ธาตุหลายตัว เช่น ไบโอติน (Biotin) / Vitamin H / Vitamin B7 / Zinc / เหล็ก เป็นต้น
ปัญหาผิวแก่ก่อนวัยนอกจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ปัจจัยภายนอกเช่นแสงแดด วิตามินหลายตัวก็มีคุณสมบัติในการรักษาสภาพผิวให้แข็งแรง แต่ถ้าขาดไปความหย่อนคล้อย หรือ ริ้วรอยก็มาเยือนไวกว่าปกติ เช่น Vitamin A / Vitamin C / Vitamin E
การตรวจวิตามินก็เป็นอีกวิธีที่ทำให้เรารู้ระดับวิตามินและแร่ธาตุในร่างกายของเรา คุณจะรู้ว่าต้องเพิ่มหรือลดการรับวิตามินตัวไหนบ้าง เพื่อควบคุมและเลือกทานอาหารให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย เพราะฉะนั้นการรักษาระดับวิตามินถือเป็นอีกกุญแจสำคัญที่ช่วยคงความสมดุล รักษาความอ่อนเยาว์ ไม่ให้แก่ก่อนวัย เพื่อสุขภาพที่ดีจะอยู่กับเราไปนานๆ
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/BTLabSystem/
Leave a Reply