‘ผู้นำที่ดีรู้ว่าตนเองเก่งอะไร และส่งเสริมให้ลูกทีมค้นพบสิ่งที่ทำได้ดี’ กับวิธี ‘มองหา และพัฒนาจุดแข็งสำหรับการทำงาน’

หากคุณเพิ่งเป็นผู้นำได้ไม่นานและไม่แน่ใจว่ามี ‘จุดแข็ง’ เรื่องอะไรบ้าง ให้ทบทวนตนเองให้ดี เพราะยิ่งรู้จุดแข็งของตนเองและสามารถนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์มากเท่าไร คุณยิ่งมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากเท่านั้น การพัฒนาความเป็นผู้นำโดยใช้จุดแข็ง จอห์น ซี. แม็กซ์เวลล์ (John C. Maxwell) ผู้เชี่ยวชาญ นักพูด และผู้ก่อตั้งองค์กรด้านผู้นำ เสนอว่า สิ่งสำคัญอย่างแรกคือการ ‘นิยามความสำเร็จของตนเอง’ เสียก่อน โดยส่วนตัวของ แม็กซ์เวลล์ นิยามความสำเร็จไว้ว่า จะต้อง ‘รู้เป้าหมายของชีวิต’ ‘เติบโตให้สุดความสามารถ’ และ ‘สร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น’ ซึ่งคุณจะทำได้ก็ต่อเมื่อคุณรู้จุดแข็งของตนเองและใช้มันให้เกิดประโยชน์ เมื่อต้องช่วยให้ผู้คนได้พบกับเป้าหมายชีวิต แม็กซ์เวลล์ มักจะกระตุ้นให้เริ่มกระบวนการโดย “ค้นหาจุดแข็งของตนเองให้พบ ไม่ใช่ค้นหาจุดอ่อน” เพราะเป้าหมายในขีวิตมักเชื่อมโยงกับพรสวรรค์หรือสิ่งที่ทำได้ดีเสมอ ทำนองเดียวกัน คุณไม่สามารถเติบโตได้อย่างสุดความสามารถ ถ้าเอาแต่ทำงานโดยไม่ใช้จุดแข็งของตนเอง การพัฒนาต้องใช้ความสามารถเสมอ ยิ่งมีความสามารถเท่าไหรยิ่งมีศักยภาพที่จะปรับปรุงให้ดีมากขึ้นเท่านั้น
ทั้งนี้ บางคนอาจคิดว่า การจะทำอะไรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพต้อง “กำจัดจุดอ่อนออกไป” แต่การที่ทุ่มเวลาทั้งหมดไปกับจุดอ่อนโดยไม่พัฒนาจุดแข็งเลย คุณอาจฝ่าฟันได้ยากไปตลอดทาง และท้ายที่สุดอาจไปได้แค่ระดับพอใช้เท่านั้น
ค้นหาจุดแข็งของคุณ คำถามคือผู้นำต้องมีความสามารถอะไรบ้าง? คุณต้องค้นหาให้พบให้ได้ และคอยปรับปรุงตนเองเสมอ คำแนะนำต่อไปนี้จะช่วยให้คุณค้นหาจุดแข็งของตนเองได้
1. ถามตนเองว่า “ฉันทำอะไรเก่งบ้าง?” การทำเรื่องที่เหมาะสมเสมอเป็นเรื่องดี แต่มันไม่ได้บ่งบอกถึงความสามารถของคุณ คุณต้องถามตัวเองด้วยว่า “ฉันทำอะไรเก่งหรือทำได้ดีบ้าง?” เป็นคำถามด้านความสามารถ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงทักษะและความสามารถที่โดดเด่นของคุณ เมื่อรู้แล้วต้องพัฒนาจุดแข็งเหล่านั้นให้ดีขึ้นต่อไป
2. เจาะจงจุดแข็งของคุณ ปีเตอร์ เอฟ. ดรักเกอร์ (Peter F. Drucker) บิดาแห่งการจัดการสมัยใหม่ กล่าวไว้ว่า “จุดแข็งเป็นเรื่องที่เฉพาะเจาะจง ไม่มีใครพูดหรอกว่า จาชา ไฮเฟตซ์ (Jascha Heifetzas) นักไวโอลินมือหนึ่งอาจเป่าทรัมเป็ตไม่เก่ง” (ไฮเฟตซ์ มีความสามารถด้านดนตรี ที่เจาะจงคือ ความสามารถในการเล่นไวโอลิน) ยิ่งคุณเจาะจงจุดแข็งได้มากเท่าไร ยิ่งมีโอกาสดีขึ้นที่จะหาจุดเด่นได้เจอ
3. ฟังคำชมเชย บางครั้งเราอาจมองข้ามความสามารถของตนเอง เพราะคิดว่าในเมื่อเราทำอะไรได้เก่ง “คนอื่นๆ ก็น่าทำได้เช่นกัน” ซึ่งไม่จริงเสมอไป ให้คุณลองฟังคนอื่นบ้าง การทำงานที่เป็นจุดแข็งของคุณจะสามารถดึงดูดให้คนอื่นมาสนใจได้ ถ้าหากมีคนคอยชมคุณในเรื่องนั้นๆ เสมอ ให้พิจารณาดูว่า นั่นอาจเป็นจุดแข็งของคุณ แล้วให้นำมาพัฒนาต่อไป
4. ตรวจสอบคู่แข่ง คุณไม่ควรเปรียบเทียบตนเองกับคนอื่นตลอดเวลา แต่ขณะเดียวกันก็ไม่อยากเสียเวลาทำงานที่คนอื่นทำได้เก่งกว่า คำถามต่อไปนี้จะช่วยให้ประเมินความสามารถของคุณเบื้องต้นได้
– มีคนทำเรื่องที่คุณทำอยู่หรือไม่
– พวกเขาทำได้ดีมากแค่ไหน
– พวกเขาทำได้ดีกว่าคุณหรือไม่
– ถ้าคุณทำได้ดีกว่า ผลเป็นอย่างไร
– ถ้าคุณทำไม่ได้ดีกว่า ผลเป็นอย่างไร

ผู้นำต้องพัฒนาจุดแข็งให้ลูกทำด้วย ผู้นำที่ดีไม่เพียงช่วยตัวเองให้ประสบความสำเร็จเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่ต้องช่วยลูกทีมค้นหาจุดแข็งของแต่ละคน และช่วยให้พวกเขานำจุดแข็งนั้นมาช่วยทำงาน ซึ่งผู้นำที่ดีจะดูออกว่าสมาชิกแต่ละคนมีจุดเด่นจุดด้อยตรงไหนบ้าง
องค์กร Gallup ทำวิจัยพนักงานกว่า 1,700,000 คน ผลคือ มีพนักงานเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ ที่รู้สึกว่าตนได้ใช้จุดแข็งในการทำงานทุกวัน แม็กซ์เวลล์ คิดว่า นี่คือความผิดของผู้นำที่ไม่ได้ช่วยให้ลูกทีมของเขาค้นพบจุดแข็ง และส่งเสริมให้พวกเขาได้นำมาใช้ทำงาน สิ่งที่ผู้นำจะสามารถช่วยพัฒนาจุดแข็งให้ลูกทีมได้
เพิ่มความสามารถของตนเองเพื่อพัฒนาจุดแข็งให้ลูกทีม
1. จงมั่นใจในภาวะผู้นำของตนเอง : เมื่อคุณเป็นผู้นำที่ตระหนักรู้ในตนเอง จะให้เป็นผู้นำที่มั่นใจมากขึ้น เพราะคุณได้รู้จุดแข็งของตนเอง รวมถึงจุดอ่อน รู้ว่าตนเองเป็นใคร ทำงานด้วยจุดแข็งได้อย่างไรและยินดีช่วยให้คนอื่นๆ พัฒนาจุดแข็ง
2. ศึกษาและรู้จักลูกทีม : สิ่งสำคัญคือคุณต้องรู้จักสมาชิกทีมทุกคน รู้จุดอ่อนจุดแข็งของพวกเขา รู้ว่าใครทำงานเข้าขากับใคร พวกเขาเติบโตขึ้นหรือไม่ มีศักยภาพที่จะก้าวหน้ามากขึ้นในหน้าที่อย่างไร รักในงานและทำได้ดีหรือไม่ คุณต้องให้ความสำคัญกับพวกเขาทุกคน
3. สื่อสารกับแต่ละคน : คุณต้องให้คำแนะนำแต่ละคนว่าพวกเขาควรจะนำจุดแข็งมาช่วยในการทำงานได้อย่างไร ต้องรู้ว่าเขาต้องการอะไรจากลูกทีมคนอื่นๆ ที่จะชดเชยจุดอ่อนของเขาได้ และสื่อสารให้แต่ละคนรู้ว่า พวกเขาเข้ากับทีมได้มากน้อยเพียงใด จะส่งเสริมให้พวกเขาทำงานแบบร่วมมือกันมากขึ้น ซึ่งคุณต้องให้คุณค่ากับทุกคน
4. เน้นการทำงานแบบส่งเสริมกันมากกว่าการแข่งขัน : การแข่งขันระหว่างเพื่อนร่วมงานเป็นเรื่องดี สามารถผลักดันให้ทำงานเต็มที่ แต่ถึงที่สุดต้องร่วมมือกันทำงานเพื่อทีม ไม่ใช่เพื่อตนเอง ดังนั้น ต้องช่วยให้ลูกทีมทุกคนให้ความสำคัญไปที่การทำงานร่วมกันเป็นทีม
สรุป
ผู้นำจะต้องรู้จุดแข็งของตนเองเพื่อนำมาใช้ทำงานที่มีประสิทธิภาพต่อไป โดยการทำงานที่เป็นจุดแข็งจะมีโอกาสเติบโตหรือประสบความสำเร็จได้มากกว่าทำงานที่เป็นจุดอ่อนในการค้นหาจุดแข็งสามารถทำได้โดย
1. ถามตัวเอง “ฉันทำอะไรเก่งบ้าง?”
2. เจาะจงไปที่จุดแข็งของตนเองว่าคืออะไร
3. ฟังคมเชยของคนอื่น เพราะนั่นอาจเป็นสิ่งที่คุณทำได้ดี
4. ประเมินคู่แข็งกับสิ่งที่คุณทำได้
ไม่เพียงแค่นั้น ผู้นำที่ดีจำเป็นต้องช่วยให้คนอื่นๆ ค้นหาและพัฒนาจุดแข็งของตนเองรวมถึงส่งเสริมให้พวกเขานำจุดแข็งมาใช้ทำงาน
ซึ่งคุณต้องมั่นในในภาวะผู้นำของตนเอง รู้จักลูกทีมแต่ละคนว่าพวกเขาทำอะไรได้ดีและไม่ดี แนะนำพวกเขาว่าจะใช้จุดแข็งมาทำงานได้อย่างไรและเน้นการทำงานแบบส่งเสริมร่วมมือกัน มากกว่าการแข่งขัน
เขียนโดย ภูธิชย์ อรัญพูล หนังสือ ‘รู้จักตัวเอง เน้นจุดแข็ง ปลุกพลังทีม’ (The Self-Aware Leader) เขียนโดย John C. Maxwell แปลโดย วัชรวิชญ์ สำนักพิมพ์ Nation Books

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=795753772585756&set=a.630751835752618


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *