
รู้ไหม? การฮัมเพลง ช่วยให้คุณต่อสู้กับความรู้สึก ‘เหนื่อยล้า’ หรือการนอนหลับที่ไม่เพียงพอได้ ดร.เนรินา แรมลาคาน (Dr. Nerina Ramlakhan) ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ กล่าวว่า มีวิธีการง่ายๆ ที่จะช่วยลดความเหนื่อยล้าในชีวิตประจำวันของเรา และเพื่อช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้นหนึ่งในนั้นก็คือการ ‘ฮัมเพลง’ อันเนื่องมาจากปฏิกิริยาทางเคมีที่เกิดขึ้นภายในร่างกายคนเรา เพราะการฮัมเพลงโดยปิดปาก ร่างกายจะผลิต ‘ไนตริกออกไซด์’ ในโพรงจมูก (เป็นสารธรรมชาติที่ผลิตขึ้นได้เองตามธรรมชาติของร่างกาย ที่มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อ ต้านไวรัส และต้านการอักเสบ) ซึ่งช่วยทำให้เรารู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น ขณะที่ศาสตราจารย์ด้านเภสัชวิทยาโมเลกุลและการแพทย์ที่ UCLA อธิบายเพิ่มเติมว่า ไนตริกออกไซด์นั้น มีส่วนช่วยขยายทางเดินหายใจ และเปิดหลอดเลือดให้กว้างขึ้น เพื่อให้ปอดได้รับออกซิเจนมากขึ้น ก็ส่งผลทำให้การไหลเวียนของเลือดในร่างกายไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น ด้าน เอ็ดดี ไวซ์เบิร์ก (Eddie Weitzberg) นักวิจัยจากสถาบัน Karolinska Institute กล่าวอีกว่า การฮัมเพลงเพียงไม่กี่วินาทีก็เพียงพอที่จะทำให้ไนตริกออกไซด์ในโพรงจมูก มีปริมาณไนตริกออกไซด์มากกว่า 15 เท่า เมื่อเทียบกับ 5 วินาที ของการหายใจออกแบบปกติ นอกจากนี้ แรมลาคานยังแนะนำให้หยุดพักระยะสั้นเร็วๆ เป็นประจำสักประมาณ 3-5 นาที บวกกับการปล่อยพักหน้าจอให้ว่าง แทนที่จะเลื่อนดูอย่างไร้สติ แล้วหันไปทำอย่างอื่น เช่น เล่นกับสัตว์เลี้ยง หรือแค่ออกไปมองท้องฟ้าด้านนอก ก็ช่วยได้เช่นเดียวกันพร้อมกับแนะนำเพิ่มเติมว่า ผู้คนมีความคิดเชิงลบ เพราะเป็นหนึ่งในเทคนิคในการเอาตัวรอด เพื่อให้เราตื่นตัวต่ออันตราย ซึ่งมันถูกกระตุ้นขึ้นมากว่าเดิมหลังจากมีโรคระบาด ทำให้ความวิตกกังวล และความเหนื่อยล้าเป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อย “จึงอยากให้ลองจดบันทึกช่วงเวลาแห่งความสุขเอาไว้อย่างมีสติ เพื่อนำความทรงจำเหล่านั้นกลับมาทบทวนอีกครั้ง เมื่อคราวที่รู้สึกแย่หรือเหนื่อยล้าเพราะความทรงจำที่มีความสุขก็จะช่วยให้เรามีกำลังใจขึ้นมาได้” ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ กล่าวทิ้งท้าย อย่างไรก็ดี ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็พอจะแสดงให้เห็นแล้วว่า การที่เราเผลอฮัมเพลงเบาๆ ขึ้นมานั้น ย่อมส่งผลดีต่อสุขภาพ เพราะมีแนวโน้มว่าร่างกายเราจะผ่อนคลายมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวลให้น้อยลงได้ ทั้งยังช่วยป้องกันสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ตลอดจนช่วยกล่อมให้เรานอนหลับได้ดีขึ้นอีกด้วย
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=926544299033907&set=a.811136580574680
Leave a Reply