
ความฝัน คือ ภาพหลอนที่เกิดขึ้นระหว่างการนอนหลับบางช่วง หลายคนอาจไม่รู้ว่าเรามนุษย์เราสามารถฝันได้ตลอดทั้งคืน แต่ส่วนใหญ่เรามักจะลืมมันไปเกือบหมด ซึ่งความ ฝันที่เราจำได้บ่อยที่สุดจะเกิดขึ้นในวงจรการนอนหลับช่วงระยะหลับฝัน หรือ REM Sleep คือ วงจรการนอนหลับในช่วงที่กล้ามเนื้อต่างๆหยุดทำงานหมด ยกเว้นหัวใจ กระบังลม กล้ามเนื้อตา และกล้ามเนื้อเรียบ ซึ่งเป็นฝันที่เป็นเรื่องเป็นราวมากที่สุดและมักเกิดขึ้นใน ครั้งสุดท้ายตอนเช้ามืด หรือตอนที่เราใกล้ตื่นนั่นเอง
ทำไมเราต้องใส่ใจความฝัน
เพราะสิ่งที่มีอิทธิพลมากที่สุดอย่างหนึ่งต่อความฝันคือเรานอนมากหรือน้อยแค่ไหน การอดนอนเป็นเวลา 1-2 คืน หรือมากกว่านั้น สามารถทำให้สมองทำงานหนักขึ้นเมื่อเราเข้าสู่ REM Sleepและมีแนวโน้มที่เราจะฝันนอกจากปัญหาการนอนหลับ ฝันที่รุนแรงยังเกี่ยวกับฮาร์โมน ที่เปลี่ยนแปลงเมื่อตั้งครรภ์ หรือเกี่ยวข้องกับการใช้ยาบางชนิดได้ด้วย
1.ฝันทั่วไป (Standard Dream)
: ฝันถึงเรื่องทั่วไป ดีบ้าง แย่บ้าง แต่ไม่ถึงกับฝันร้าย
ยิ่งฝันดีเท่าไหร่ยิ่งตีความได้ว่าคุณมีความเครียดน้อยเท่านั้น ยังถือว่าสุขภาพโอเค
2.ฝันร้าย (Nightmare)
: ฝันว่าถูกไล่ล่า ฝันว่าตกจากที่สูง หลงทาง ติดกับดัก ฯลฯ
ฤทธิ์ของฝันร้ายที่ตื่นมาแล้วรู้สึกวิตกกังวล เศร้า แต่ไม่นานก็หายไป แต่ถ้ามีแนวโน้มว่าเป็นโรคเครียดจากบาดแผลทางใจหรือเป็ฯโรคที่เกี่ยวกับความวิตกกังวล ก็อาจส่งผลให้มีปัญหาการนอนหลับได้ ถ้ากระทบถึงปัญหาสุขภาพจนทรุดแนะนำให้ไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีแก้ไข
3.ฝันผวา (Night Terror)
: ฝันสยองจนเผลอกรีดร้อง หวาดกลัว สะดุ้งตื่นกลางดึก
มักเกิดขึ้นในช่วงตอนที่เรายังไม่ตื่นแต่ก็ไม่ได้หลับสนิท อาจเกิดจากภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล โรคไบโพลาร์ ปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจระหว่างนอน อดนอน เจ็บป่วย หรือผลจากการใช้ยา ลองเริ่มเยียวยาง่ายๆจากการจัดตารางการนอนที่สม่ำเสมอ
4.ฝันร้ายซ้ำๆซากๆ (Recurring Nightmare)
: ฝันร้ายแบบซ้ำๆ วนเวียนกับเรื่องเดิมๆ
เกิดจากประสบการณ์ที่ฝังใจ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อัมพาตจากการนอนไม่หลับ
5.ฝันติดตา (Vivid Dream)
: ฝันแจ่มชัด ตื่นมาจำได้แม่น
อาจะเป็นฝันที่ดีหรือฝันร้ายก็ได้ อาจมาจากความเครียดความกังวล เรื่องใหญ่ๆที่กำลังจะเกิดขึ้นในชีวิต เช่น กำลังจะแต่งงาน ซื้อบ้าน
6.ฝันแบบรู้ตัวว่าฝัน (Lucid Dream)
: ฝันซ้อนฝัน คิดและรู้สึกได้
ไม่ใช่ทุกคนที่จะฝันแบบลูซิดได้ ประโยชน์ของฝันแบบลูซิดคือ อาจใช้เป็นศาสตร์ในการบำบัดฝันร้าย หรือเอาชนะความวิตกกังวลของตัวเอง โดยจะเน้นการฝึกให้รู้ตัวว่ากำลังฝันอยู่ เพื่อให้เราสามารถควบคุมฝันได้ ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปทางการแพทย์ที่แน่ชัด
7.ฝันกลางวัน (Daydream)
: หลุดจากปัจจุบัน ฟุ้งซ่าน หลงอยู่ในความคิดตัวเอง
ภาวะที่ความคิดของเราหลุดออกจากปัจจุบันหรือสิ่งที่กำลังทำอยู่ อาจมาจากการต้องเผชิญความโศกเศร้า สถานการณ์ชีวิตที่ยากลำบาก เกิดจากการอดนอนหรือเรียกอีกอย่างว่าหลับใน,การรับข้อมูลมากเกินจนสมองประมวลไม่ทัน มีเทคนิคแนะนำคือการดมกลิ่มหอมแรงๆ ยืดร่างกาย กระโดด หรืออมลูกอมเปรี้ยวๆ
ฝันอาจไม่ได้ทำร้ายคุณโดยตรง แต่อาจเป็นฝันที่ส่งผลข้างเคียงให้เกิดอาการแย่ๆต่อสุขภาพของคุณ เช่น ง่วงนอนตอนกลางวัน เสียสมาธิในการใช้ชีวิต มีความทุกข์ ไม่อยากเข้านอน หรือทำให้รู้สึกอยากฆ่าตัวตาย ก็ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษา ค่อยๆปรับเปลี่ยนวิถีการนอนให้กลับมาเป็นปกติ ทางแก้เบื้องต้น ควรลองสร้างนิสัยการนอนที่ดีอยู่ห่างจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอน หลีกเลี่ยงบุหรี่ แอลกอฮอล์ สารเสพติดและดูแลรักษาสุขภาพ ออกกำลังกาย ทานอาหารที่ดี
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=279979574814286&set=a.117123517766560
Leave a Reply