
สถานการณ์ฝุ่นพิษ PM2.5 ในช่วงต้นปี พ.ศ.2566 ที่ผ่านมากำลังเข้าขั้นวิกฤต หลายพื้นที่เกือบทั่วประเทศไทย ทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล เชียงใหม่ ลำพูน นครพนม ฯลฯ ประสบปัญหาฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทัศนวิสัยการมองเห็นและการขับรถแย่ลง ตึกสูงน้อยใหญ่ขมุกขมัวมากเมื่อมองจากระยะไกล หลายคนรู้สึกอึดอัดหายใจไม่สะดวก “ฝุ่นละอองขนาดเล็ก” นี้สร้างความกังวลให้ประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครอบครัวที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย ซึ่งนับเป็นปัญหามลพิษทางอากาศที่ใหญ่มาก ณ ขณะนี้
มลพิษทางอากาศเป็นหนึ่งในปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชากรทั่วทุกย่อมหญ้า จนในปี พ.ศ.2561 องค์การอนามัยโลกประมาณการว่า 9 ใน 10 คนทั่วโลกกำลังหายใจนำอากาศที่ไม่ดีเข้าสู่ร่างกายอยู่และได้คาดการณ์ว่าจะมีผู้คนเสียชีวิตจากมลพิษดังกล่าวมากถึง 7 ล้านคนต่อปี จากข้อมูลดังกล่าวหลากหลายประเทศได้ตระหนักและมีความพยายามจัดการปัญหานี้ แต่ทว่าปัญหากลับไม่ลดลงและยังคงทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ หรือ คุณหมอแอมป์ นายกสมาคมแพทย์ฟื้นฟูสุขภาพและส่งเสริมการศึกษาโรคอ้วน กรุงเทพ (BARSO) และประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก มีความกังวลถึงผลกระทบต่อสุขภาพ เพราะปัญหามลภาวะเหล่านี้มิได้ส่งผลแค่ระบบทางเดินหายใจเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียต่อทั่วทุกระบบของร่างกายได้มากกว่าที่คิด
ฝุ่น PM คืออะไร? ![]()
ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (Particulate Matter, PM) เป็นอนุภาคขนาดเล็กที่ประกอบไปด้วยส่วนผสมของแข็งและของเหลวแขวนลอยอยู่ในอากาศ มีรูปร่าง ขนาดและองค์ประกอบทางเคมีต่างกัน เช่น สารประกอบอนินทรีย์ (ซัลเฟต ไนเตรท แอมโมเนีย) สารประกอบอินทรีย์ โลหะหนัก (แคดเมียม ทองแดง สังกะสี) และสารโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (Polycyclic aromatic hydrocarbons, PAHs) นอกจากนี้ “ยังสามารถพบสารก่อภูมิแพ้และเชื้อโรคต่าง ๆ ในอนุภาคขนาดจิ๋วนี้ได้ด้วย” คุณหมอแอมป์เสริม
โดยทั่วไป เรามักจะจำแนกอนุภาคนี้จากขนาดในหน่วยไมครอน (micron) กล่าวคือ หากฝุ่นตัวเล็กนี้มีขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน จะเรียกว่า PM10 (Coarse particle) หากมีขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน จะเรียกว่า PM2.5 (Fine particle) และหากมีขนาดเล็กกว่า 1.0 ไมครอนจะเรียกว่า PM1.0 (Ultrafine particle) ซึ่งในปัจจุบันเรามักจะให้ความสนใจกับ PM2.5 เป็นอย่างมากและแนวโน้มจะเป็นปัญหามากขึ้นในตอนนี้
จากที่กล่าวมาข้างต้น PM2.5 ซึ่งมีขนาดเล็กมาก ๆ เพื่อเข้าใจง่ายมากขึ้น คุณหมอแอมป์อธิบายเพิ่มเติมว่า “หากเปรียบเทียบกับเส้นผมเรานั้น ฝุ่นจิ๋วนี้มีขนาดเล็กกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์ถึง 20 – 28 เท่า และนั่นหมายถึงโอกาสที่จะเข้าสู่ร่างกายก็จะง่ายและรวดเร็วมากขึ้น”
PM2.5 เกิดจากอะไร? ![]()
ฝุ่นพิษนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่มันมีอยู่ในชีวิตประจำวันของพวกเรามานานแล้ว โดยทั่วไปจะมีมากในช่วงเปลี่ยนถ่ายของฤดูกาล กล่าวคือ ความกดอากาศสูงจากประเทศจีนลงมายังตอนบนของประเทศทำให้ลมมรสุมมีกำลังอ่อนลง เกิดภาวะลมสงบ ประกอบการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิทำให้ฝุ่นกระจุกตัว อากาศถ่ายเทไม่ดี มีการสะสมของฝุ่น หมอกและควันในบรรยากาศ จนเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวอย่างที่เราเห็นนั่นเอง นอกจากเหตุผลด้านสภาพภูมิอากาศ กิจกรรมของมนุษย์ทั้งกลางแจ้งและในร่มก็ส่งเสริมให้เกิดฝุ่น PM 2.5 ได้เช่นกัน
สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง อนุภาคฝุ่นพิษนี้มักมาจากการปล่อยควันเสียของรถยนต์ทั่วไป รถบรรทุก รถประจำทาง และรถยนต์ที่ขับบนพื้นขรุขระ (รถก่อสร้าง รถหัวจักร) และจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงอย่างไม้ถ่าน การเผาป่า การเผาเรือกสวนไร่นา การเผาหญ้า นอกจากนี้ยังมาจากปฏิกิริยาของแก๊สบนชั้นบรรยากาศจากโรงงานอุตสาหกรรม และโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ได้อีกด้วย
สำหรับกิจกรรมในร่มหรือกิจกรรมในครัวเรือนนั้นก็ส่งผลให้เกิดฝุ่นพิษ PM2.5 ได้ เช่น การสูบบุหรี่ การประกอบอาหาร (ทอด ผัด ปิ้ง ย่าง) การจุดธูปเทียน ตะเกียง เตาผิง การใช้เครื่องถ่ายเอกสาร เป็นต้น
ขอบคุณที่มา – อ่านเพิ่มเติม : https://web.facebook.com/photo/?fbid=279461624432217&set=a.260768492968197
Leave a Reply