
เคยสงสัยไหมคะ? ทั้งที่คุมอาหารอย่างเคร่งครัดทำ IF ก็แล้วออกกำลังกายจนเหนื่อยหอบ แต่น้ำหนักกลับไม่ขยับแถมไขมันยังไปกองรวมกันที่พุงจนกางเกงตัวเดิมใส่ไม่ได้ทั้งที่ผลตรวจสุขภาพประจำปีค่าน้ำตาล (FBS) ก็ดูปกติทุกอย่างหากคุณอายุเลข 3 ขึ้นไปแล้วเริ่มรู้สึกว่าระบบเผาผลาญพังอย่าเพิ่งรีบโทษตัวเองว่าไม่มีวินัยค่ะเพราะปัญหาอ้วนลงพุงในวัยนี้อาจไม่ได้เกิดจากการกินมากเกินไปแต่อาจเป็นเพราะระบบการทำงานลึกระดับเซลล์ของคุณกำลังส่งสัญญาณเตือนภัยอยู่!นี่คือ 3 ค่าเลือดเชิงลึกที่คุณควรตรวจเพื่อไขปริศนาหุ่นที่เปลี่ยนไป
1. Fasting Insulin (ระดับอินซูลินขณะอดอาหาร)
หลายคนเข้าใจผิดว่าถ้าค่าน้ำตาลในเลือด (FBS) ไม่เกิน 100 คือปกติแต่ความจริงแล้ว Fasting Insulin คือตัวชี้วัดที่แม่นยำกว่า! หากค่านี้สูงเกินไปแปลว่าร่างกายของคุณกำลังเข้าสู่ภาวะดื้ออินซูลิน (Insulin Resistance) ซึ่งทำให้ร่างกายปิดโหมดเผาผลาญไขมันและเปลี่ยนมาเป็นโหมดสะสมไขมันที่หน้าท้องตลอด 24 ชั่วโมง ต่อให้คุณกินน้อยแค่ไหน ร่างกายก็เลือกที่จะเก็บเป็นไขมันแทนที่จะนำไปใช้เป็นพลังงานค่ะ
2. Free T3 (ฮอร์โมนไทรอยด์ตัวเก่ง)
ในการตรวจไทรอยด์ทั่วไปเรามักเช็กแค่ TSH หรือ T4 แต่รู้ไหมคะว่าตัวที่เป็นเตาเผาไขมันหลักจริงๆคือ Free T3 หากร่างกายเปลี่ยนฮอร์โมนไปเป็น Free T3 ไม่ได้ เตาเผาพลังงานในร่างกายก็จะดับสนิทส่งผลให้ระบบเผาผลาญช้าลงอย่างมากแม้จะทานน้อยเท่าไหร่ร่างกายก็ไม่ยอมดึงไขมันเก่าออกมาใช้
3. Homocysteine (สารอักเสบตัวร้าย)
สารชนิดนี้คือผลผลิตจากการย่อยสลายโปรตีนที่สมบูรณ์ไม่พอหากค่านี้สูงนอกจากจะเสี่ยงต่อปัญหาหลอดเลือดและหัวใจแล้ว มันยังบ่งบอกว่าเซลล์ในร่างกายคุณกำลังอักเสบเรื้อรัง ซึ่งภาวะอักเสบนี้คือตัวการใหญ่ที่คอยบล็อกไม่ให้ร่างกายดึงไขมันสะสมออกมาใช้งานได้นั่นเองค่ะ
Leave a Reply