
แพทย์ มช.เผยภาวะ “ลิ่มเลือดอุดตัน” จากวัคซีนโควิดพบได้เพียงช่วง 1-2 สัปดาห์หลังฉีด แพทย์เชียงใหม่ เผยภาวะลิ่มเลือดอุดตันและเกล็ดเลือดต่ำ หลังฉีดวัคซีน (VITT) มักเกิดใน 1-2 สัปดาห์หลังฉีด และพบได้ 1:100,000 ประชากรในกลุ่มประชาชนทั่วไป และ 1: 1,000,000 ในกลุ่มอายุมากกว่า 65 ปี (ขอบคุณภาพ และข้อมูลจาก Suandok Channel โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ) จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลกรณีบริษัทแอสตร้าเซเนก้ายอมรับว่าวัคซีนมีผลข้างเคียงทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือด และเกล็ดเลือดต่ำนั้น รศ.ดร.นพ ชาตรี ชัยอดิศักดิ์โสภา อาจารย์หน่วยโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยกับ The Reporters ว่า มีรายงานภาวะลิ่มเลือดอุดตันและเกล็ดเลือดต่ำ (VITT) หลังฉีดวัคซีนโควิด-19 อยู่ 2 ชนิด โดย กลไกที่ทำให้เกิดภาวะ VIIT เพราะองค์ประกอบของวัคซีนบางส่วนที่ทำให้ร่างกายผู้รับวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาแล้วไปกระตุ้นเกล็ดเลือด ทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตัน และเกล็ดเลือด อุบัติการณ์ทั่วไปพบได้ 1:100,000 ในกลุ่มประชาชนทั่วไป พบน้อยมากในกลุ่มผู้สูงอายุ (มากกว่า 65 ปี) มีเพียง 1:1,000,000 ประชากร และในกลุ่มที่น้อยกว่า 55 ปี พบได้ 1:50,0000 มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และพบได้สำหรับอาการมักเกิด ใน 1-2 สัปดาห์หลังจากฉีดเข็มแรกแต่ยังสามารถพบได้ภายใน 30 วันหลังฉีด โดยอาการขึ้นกับพบว่ามีลิ่มเลือดที่บริเวณใด พบบ่อยที่สุดบริเวณหลอดเลือดดำของสมอง รองลงมาคือในหลอดเลือดดำในท้อง ส่วนในบริเวณอื่นๆ พบได้น้อยกว่า การวินิจฉัยประกอบด้วย 3 องค์ประกอบคือ ต้องมีภาวะลิ่มเลือดอุดตัน หากสงสัยจะส่ง CT Scan ต้องมีปริมาณเกล็ดเลือดต่ำกว่าปกติ และมีการสร้างภูมิคุ้มกันมาต่อต้านเกล็ดเลือดของตนเอง การรักษาจะให้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและระวังภาวะแทรกซ้อนต่างๆ และยับยั้งการสร้างภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติด้วยการให้ยา Intravenor Immunoglobulin (IVIG) ทั้งนี้ คาดว่า ภายหลังจากการออกมายอมรับของบริษัทผู้พัฒนาวัคซีนแล้ว จะเริ่มมีการเก็บรวบรวมข้อมูลในเรื่องนี้เพื่อทำการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.sanook.com/
Leave a Reply