
ดนตรีคือภาษาสากลที่หลายคนเชื่อมโยงกับความสุขความทรงจำและอารมณ์ลึกซึ้งแต่รู้หรือไม่ว่ามีคนจำนวนหนึ่งที่ได้ยินครบทุกโน้ตทว่ากลับไม่รู้สึกอะไรเลยกับเสียงเพลงทั้งที่ระบบการได้ยินปกติทุกประการ นักวิจัยจาก University of Barcelona รายงานถึงภาวะทางระบบประสาทที่เรียกว่า Specific Musical Anhedonia หรือภาวะไม่สามารถรับรู้ความรื่นรมย์จากการฟังเพลงพบได้ประมาณ 3–5% ของประชากรโลก
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่หูแต่อยู่ที่การเชื่อมต่อในสมอง
จากการตรวจด้วยเครื่อง fMRI นักวิทยาศาสตร์พบว่า สมองของผู้มีภาวะนี้ไม่ได้เสียหายในส่วนการได้ยินและระบบให้รางวัล (reward system) ก็ยังทำงานได้ตามปกติจุดที่ผิดปกติคือ “การสื่อสาร” ระหว่างเครือข่ายประมวลผลเสียง (Auditory Network)วงจรให้รางวัลของสมอง (Reward Circuit) ในคนทั่วไปเมื่อได้ยินดนตรีที่ชอบสัญญาณจากการได้ยินจะกระตุ้นระบบให้รางวัลทำให้หลั่งสารสื่อประสาท เช่น โดพามีน เกิดความสุข ความขนลุก หรืออารมณ์ซาบซึ้งแต่ในผู้ที่มีภาวะนี้การเชื่อมต่อดังกล่าวอ่อนแอหรือไม่สมบูรณ์ เสียงเพลงจึงเป็นเพียงเสียงที่ไร้อารมณ์ไม่ได้สร้างประสบการณ์ทางความรู้สึกใดๆ
เครื่องมือวัดความสุขจากดนตรี
ทีมวิจัยได้พัฒนาแบบประเมินชื่อ Barcelona Music Reward Questionnaire เพื่อวัดระดับการตอบสนองต่อดนตรี โดยแบ่งออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่
- การตอบสนองทางอารมณ์
- การปรับเปลี่ยนอารมณ์
- ความผูกพันทางสังคมผ่านดนตรี
- การเคลื่อนไหวของร่างกายตามจังหวะ
- ความต้องการแสวงหาดนตรี
ผู้ที่มีภาวะนี้จะได้คะแนนต่ำอย่างชัดเจนในหลายมิติแม้การตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นให้รางวัลประเภทอื่น เช่น อาหาร หรือเงิน ยังเป็นปกติ
พันธุกรรมเกี่ยวข้องมากกว่าที่คิด
การศึกษาในฝาแฝดพบว่าความชื่นชอบและการตอบสนองต่อดนตรีมีองค์ประกอบทางพันธุกรรมถึงประมาณ 54% ส่วนที่เหลือมาจากสิ่งแวดล้อมการเลี้ยงดูและประสบการณ์ชีวิตนั่นหมายความว่าความสุขจากดนตรีไม่ใช่เรื่อง “รสนิยมล้วนๆ” แต่มีรากฐานทางชีววิทยารองรับ
ทำไมการค้นพบนี้จึงสำคัญ?
งานวิจัยนี้ช่วยให้เราเข้าใจว่าความสุขไม่ได้มีหรือไม่มีแบบขาวดำแต่เป็นสเปกตรัมที่ขึ้นอยู่กับการทำงานและการเชื่อมต่อของเครือข่ายสมองเฉพาะทางองค์ความรู้นี้อาจนำไปสู่แนวทางใหม่ในการศึกษาและรักษาภาวะที่เกี่ยวข้องกับระบบให้รางวัลของสมอง เช่น
- ภาวะไม่รู้สึกสุข (anhedonia) ในผู้ป่วยซึมเศร้า
- พฤติกรรมเสพติด
- ความผิดปกติด้านการกิน
คำแนะนำเชิงสุขภาพ
หากใครรู้สึกว่าไม่อินกับดนตรีเพียงอย่างเดียวไม่จำเป็นต้องกังวลเพราะความชอบแตกต่างเป็นเรื่องปกติแต่หากพบว่า
- ไม่รู้สึกสุขกับกิจกรรมใดๆเลย
- ความสนใจลดลงอย่างชัดเจน
- มีอาการเศร้าเบื่อหน่ายหรือหมดพลังต่อเนื่อง
ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะที่ลึกกว่าความไม่ชอบเพลงบทเรียนจากงานวิจัยนี้ชัดเจนมากสิ่งที่เราคิดว่าธรรมดาสำหรับทุกคนอาจไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไปการเข้าใจความหลากหลายของการทำงานของสมองคือก้าวสำคัญของวิทยาศาสตร์สุขภาพในศตวรรษนี้ถ้าต้องการ ผมสามารถจัดทำภาพประกอบข่าวแนวเหมือนจริงแบบแนวนอนไม่มีตัวอักษร ให้เข้ากับประเด็นนี้ได้เลยครับ
Leave a Reply