
กระแสรักสุขภาพยุคนี้ทำให้หลายคนคุ้นเคยกับคำว่า VO₂ max จนกลายเป็นตัวเลขยอดฮิตบนสมาร์ตวอทช์ที่ใช้วัดความอึดของหัวใจและปอดแต่ในมุมมองทางการแพทย์ความฟิตที่แท้จริงไม่ได้วัดกันที่ตัวเลขนี้เพียงตัวเดียวนพ.อกนิษฐ์ ศรีสุขวัฒนา หรือหมอแอร์ อายุรแพทย์โรคหัวใจและผู้ชำนาญการด้าน Sports Cardiology โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ได้สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจผ่านเพจ Akanis Srisukwattana โดยอ้างอิงจากเกณฑ์ของสถาบันเวชศาสตร์การกีฬาแห่งอเมริกา (ACSM) ที่แบ่งสมรรถภาพทางกายออกเป็น 5 องค์ประกอบหลักเพื่อให้เราประเมินร่างกายได้อย่างรอบด้านดังนี้ครับ
1. Cardiorespiratory Fitness ความทนทานของระบบหัวใจและหลอดเลือด
นี่คือความสามารถของหัวใจปอดและกล้ามเนื้อในการลำเลียงและใช้ออกซิเจนขณะออกกำลังกาย ซึ่งมี VO₂ max เป็นตัวชี้วัดหลัก
- แนวทางพัฒนาเน้นการออกกำลังกายแบบแอโรบิก เช่น การเดินเร็ววิ่งปั่นจักรยานว่ายน้ำรวมถึงการฝึกในโซนหัวใจต่ำอย่าง Zone 2 เพื่อสร้างความอึดพื้นฐานและเสริมความฟิตด้วย HIIT (High-Intensity Interval Training) เป็นระยะ
2. Muscular Fitness ความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อ
กล้ามเนื้อไม่ได้มีไว้แค่ความสวยงามแต่เป็นเกราะคุ้มกันร่างกายที่สำคัญมากยิ่งอายุเพิ่มขึ้น มวลและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อจะค่อยๆลดลงการมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เราใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างคล่องตัวและปลอดภัยในระยะยาว
- แนวทางพัฒนาฝึกแรงต้าน (Resistance Training) เช่น การยกเวทบอดี้เวทหรือใช้อยางยืดอย่างสม่ำเสมอ
3. Body Composition องค์ประกอบของร่างกาย
การดูแค่ตัวเลขบนตาชั่งนั้นไม่เพียงพอเพราะน้ำหนักตัวเท่าเดิมอาจซ่อนสัดส่วนของไขมันที่มากเกินไปและมวลกล้ามเนื้อที่น้อยเกินไป Skinny Fat ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบเผาผลาญ
- แนวทางพัฒนามุ่งเน้นการลดไขมันส่วนเกินควบคู่กับการรักษามวลกล้ามเนื้อผ่านการควบคุมโภชนาการที่เน้นโปรตีนคุณภาพสูงและการออกกำลังกายที่เหมาะสม
4. Neuromotor Fitness สมรรถภาพทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
ความสามารถในการควบคุมการทรงตัวความคล่องตัวการเปลี่ยนทิศทางและการประสานงานของร่างกายซึ่งมักจะเสื่อมถอยลงตามวัยและเป็นจุดเริ่มต้นของอุบัติเหตุอย่างการหกล้มในผู้สูงอายุ
- แนวทางพัฒนาฝึกการทรงตัว เช่น การยืนขาเดียว โยคะ พิลาทิสหรือกีฬาที่ต้องอาศัยฟุตเวิร์กและการทำงานประสานกันของสายตาและมือเท้า
5. Flexibility ความยืดหยุ่นของร่างกาย
ความสามารถของข้อต่อในการเคลื่อนไหวได้เต็มช่วงการทำงาน Full Range of Motion หากข้อต่อยึดติดหรือเคลื่อนไหวได้ไม่สุดจะส่งผลให้กล้ามเนื้อรอบข้างทำงานหนักขึ้นและเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บเรื้อรัง
- แนวทางพัฒนาเพิ่มความยืดหยุ่นด้วยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ Stretching ทั้งก่อนและหลังออกกำลังกายหรือการฝึกโยคะเป็นประจำ
Leave a Reply