
คนส่วนใหญ่มักคิดว่าการสูบบุหรี่ส่งผลกระทบต่อปอดเท่านั้นแต่ความจริงที่น่ากลัวคือ “บุหรี่” เป็นสาเหตุหลักอันดับต้นๆ ของการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ! โดยผู้ที่สูบบุหรี่มีความเสี่ยงสูงกว่าคนปกติถึง 2–3 เท่า ทำไมบุหรี่ถึงทำร้ายกระเพาะปัสสาวะ?เมื่อเราสูบบุหรี่ ร่างกายจะดูดซึมสารพิษและสารก่อมะเร็งเข้าสู่กระแสเลือดจากนั้นไตจะทำหน้าที่กรองสารพิษเหล่านี้ออกจากเลือดและขับออกทางปัสสาวะทำให้สารเคมีอันตรายเข้มข้นต้องแช่อยู่และสัมผัสกับผนังกระเพาะปัสสาวะเป็นเวลานานหลายชั่วโมงในแต่ละวันจนเกิดการระคายเคืองเรื้อรังและกลายพันธุ์เป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด
กลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
- เพศและอายุมักพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 55 ปี และพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงถึง 3–4 เท่า
- คำเตือนสำหรับผู้หญิงแม้จะพบน้อยกว่าแต่ผู้หญิงมักได้รับการวินิจฉัยล่าช้า เนื่องจากอาการเริ่มต้นมักคล้ายกับการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ (กระเพาะปัสสาวะอักเสบ) ทำให้มองข้ามและปล่อยทิ้งไว้จนอาการลุกลาม
- ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะเรื้อรัง, การมีนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ, การใส่สายสวนปัสสาวะเป็นเวลานานรวมถึงผู้ที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมเคมีสีย้อม ผ้าหรือยาง ที่สูดดมสารเคมีเป็นประจำ
สัญญาณเตือน!อาการแบบไหนควรรีบพบแพทย์?
“ปัสสาวะปนเลือด” (Hematuria) คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนที่สุด! โดยมักจะไม่มีอาการเจ็บปวดร่วมด้วยและอาจเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวแล้วหายไปทำให้หลายคนชะล่าใจ
หากมีอาการปัสสาวะเป็นสีน้ำล้างเนื้อสีชมพูหรือมีลิ่มเลือดปนแม้จะแค่ครั้งเดียวก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กทันที
คำแนะนำเพื่อการดูแลตัวเองและลดความเสี่ยง
- เลิกสูบบุหรี่เด็ดขาดการเลิกบุหรี่ช่วยลดความเสี่ยงลงได้อย่างต่อเนื่องยิ่งเลิกเร็ว ร่างกายยิ่งฟื้นฟูได้ไว
- ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว (ประมาณ 2 ลิตร) เพื่อช่วยเจือจางปัสสาวะและขับสารตกค้างออกจากร่างกายได้เร็วขึ้น ลดเวลาที่สารพิษจะสัมผัสกับผนังกระเพาะปัสสาวะ
- ไม่กลั้นปัสสาวะควรขับถ่ายปัสสาวะทันทีเมื่อปวดเพื่อไม่ให้ของเสียแช่อยู่ในร่างกายนานเกินไป
- ตรวจสุขภาพประจำปีโดยเฉพาะการตรวจปัสสาวะ (Urine Analysis) เพื่อหาเม็ดเลือดแดงที่อาจแฝงอยู่แต่ มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในวันนี้ คือเกราะคุ้มกันสุขภาพที่ดีที่สุดในอนาคตมาร่วมสร้างสังคมไร้ควันเพื่อตัวคุณและคนที่คุณรักกันครับ
Leave a Reply