
สถิติจากกรมการแพทย์ระบุว่ามะเร็งตับและท่อน้ำดียังคงครองแชมป์อันดับ 1 ของโรคมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในคนไทยคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 33.2% ของผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมดจากภาพรวมแต่ละปีที่มีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ประมาณ 140,000 คน (เฉลี่ยวันละเกือบ 400 คน) ส่งผลให้มีผู้ป่วยรายใหม่เฉพาะกลุ่มมะเร็งตับและท่อน้ำดีสูงถึง 40,000 – 46,000 คนต่อปี และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น โรคนี้ยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 ของมะเร็งที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุดอีกด้วยจากเมนูดิบสู่ภัยร้ายซ่อนแอบ 10-20 ปี สาเหตุหลักของโรคร้ายนี้มาจากการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมการรับประทานอาหารดิบหรือสุกๆดิบๆโดยเฉพาะปลาน้ำจืดมีเกล็ด เช่น ก้อยปลา, ปลาร้าส้มตำสด, ปลาปิ้งสุกๆดิบๆหรือปลาส้มพยาธิใบไม้ตับจะเข้าไปทำลายร่างกายผ่าน 3 กลไกหลัก
- บาดแผลและการชอนไชพยาธิเข้าเกาะและชอนไชผนังท่อน้ำดีจนเกิดแผล
- อักเสบเรื้อรังร่างกายตอบสนองจนเกิดการอักเสบเรื้อรังที่ทำลายระดับ DNA ของเซลล์
- เซลล์แบ่งตัวผิดปกติพยาธิหลั่งสารเคมีกระตุ้นให้เซลล์ท่อน้ำดีแบ่งตัวผิดปกติ
กระบวนการทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างเงียบๆสะสมต่อเนื่องเป็นเวลานาน 10–20 ปี กว่าจะแสดงอาการมะเร็งก็พัฒนาไปสู่ระยะรุนแรงแล้วเช็กลิสต์คำแนะนำป้องกันและดูแลตัวเองอย่างไรให้ห่างไกลโรคร้าย?
1. ปรับพฤติกรรมการกิน (100% สุกเท่านั้น) มะนาวน้ำน้าน้ำส้มสายชูหรือเหล้าขาวไม่สามารถฆ่าพยาธิได้วิธีเดียวที่ปลอดภัยคือการปรุงอาหารด้วยความร้อนสูงกว่า 70°C ขึ้นไปนานเกิน 5 นาที
2. ตรวจเช็กสุขภาพและตรวจคัดกรองผู้ที่มีประวัติเคยทานอาหารสุกๆดิบๆหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรเข้ารับการตรวจหาไข่พยาธิในอุจจาระหรือตรวจอัลตราซาวด์ตับอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อคัดกรองความผิดปกติแต่เนิ่นๆ
3. ไม่ซื้อยาถ่ายพยาธิรับประทานเองโดยไม่จำเป็นหากสงสัยว่าติดเชื้อควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาที่ถูกต้องเพราะการถ่ายพยาธิไม่ได้ลดความเสี่ยงมะเร็งหากท่อน้ำดีเกิดการอักเสบสะสมไปแล้ว
Leave a Reply