ภัยเงียบผู้ชายวัย45+มะเร็งต่อมลูกหมากรู้ทันก่อนลุกลามด้วยการตรวจเช็กและเทคโนโลยีทันสมัย

มะเร็งต่อมลูกหมากถือเป็นหนึ่งในโรคร้ายที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ชายสูงวัยและที่น่ากลัวคือในระยะแรกมักไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆทำให้ผู้ชายหลายคนละเลยการตรวจเช็กอีกทีก็อาจลุกลามไปไกลแล้วดังนั้นการทำความเข้าใจสัญญาณเตือนและการตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่นๆจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้ามแม้ระยะแรกจะไม่มีอาการ แต่หากเริ่มมีความผิดปกติของระบบขับถ่ายปัสสาวะให้สงสัยและรีบพบแพทย์ทันที

  • อาการทางปัสสาวะปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะตอนกลางคืน, ปัสสาวะลำบากต้องออกแรงเบ่ง, ปัสสาวะไม่พุ่ง สายน้ำปัสสาวะอ่อน, กลั้นปัสสาวะไม่อยู่หรือปัสสาวะแสบขัด
  • สัญญาณเตือนรุนแรงมีเลือดปนในปัสสาวะหรือในน้ำอสุจิ
  • อาการเมื่อโรคลุกลามมีอาการปวดปวดร้าวบริเวณหลัง เอว สะโพกหรือกระดูก, น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุและมีอาการขาบวม
นวัตกรรมทางการแพทย์วินิจฉัยแม่นยำแม่นยำตรงจุดลดผลกระทบปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ในการตรวจและรักษามะเร็งต่อมลูกหมากมีความก้าวหน้าอย่างมากช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาหายและลดผลข้างเคียงต่อคุณภาพชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การตรวจคัดกรองเบื้องต้นตรวจเลือดหาค่าสารบ่งชี้นำมะเร็งต่อมลูกหมาก (PSA – Prostate Specific Antigen) ร่วมกับการตรวจเจาะระบบดิจิทัลผ่านทางรูตูด (DRE) โดยแพทย์
  • การตัดชิ้นเนื้อแม่นยำสูง (MRI Fusion-targeted Biopsy) ผสานภาพถ่าย MRI เข้ากับคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ทำให้เจาะเก็บชิ้นเนื้อได้ตรงจุดก้อนเนื้อสงสัยลดโอกาสการเจาะพลาด
  • การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic-Assisted Surgery) ช่วยให้แพทย์มองเห็นภาพ 3 มิติขยายชัดเจนควบคุมการผ่าตัดได้อย่างละเอียดละออแผลเล็กฟื้นตัวไว
  • การรักษาเฉพาะจุด (Focal Therapy) มุ่งทำลายเฉพาะเซลล์มะเร็งโดยตรงช่วยถนอมเนื้อเยื่อดีรอบข้างลดความเสี่ยงต่อภาวะปัสสาวะเล็ดและช่วยคงสมรรถภาพทางเพศ ให้ได้มากที่สุด
ข้อแนะนำและการดูแลตนเองสำหรับคุณผู้ชาย
  1. อายุ 45 ปีขึ้นไปควรตรวจเช็กผู้ชายที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไปควรเข้ารับการปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงและเข้ารับการตรวจค่า PSA เป็นประจำทุกปี
  2. กลุ่มเสี่ยงสูงต้องระวังเป็นพิเศษหากมีประวัติคนในครอบครัว (สายตรง เช่น พ่อ หรือพี่ชาย/น้องชาย) เคยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากควรเริ่มเข้าพบแพทย์เพื่อวางแผนตรวจคัดกรองตั้งแต่อายุ 40 ปี
  3. ปรับไลฟ์สไตล์ลดความเสี่ยงเน้นรับประทานอาหารที่มีมะเขือเทศสุก (ไลโคปีนสูง), ชาเขียว, พืชตระกูลถั่ว, ลดการทานเนื้อสัตว์แดงและไขมันอิ่มตัวสูงรวมถึงควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและออกกำลังกายสม่ำเสมอ


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *