
ในยุคที่ชีวิตเร่งรีบ หลายคนไม่ว่าจะเป็นสาวออฟฟิศนักศึกษาหรือคนทำงานที่ต้องนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือเดินทางตลอดเวลามักจะติดนิสัยอั้นปัสสาวะเป็นประจำเพราะความเพลินในการทำงานหรือความไม่สะดวกในการเข้าห้องน้ำทราบหรือไม่ว่าพฤติกรรมดูเหมือนเล็กน้อยนี้ กำลังเปิดประตูต้อนรับโรคกวนใจอย่างโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis) ซึ่งมักพบได้บ่อยในผู้หญิงเนื่องจากสรีระท่อปัสสาวะที่สั้นและอยู่ใกล้จุดซ่อนเร้นทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้นเช็กด่วน! 4 สัญญาณเตือนภัยคุณกำลังเสี่ยงกระเพาะปัสสาวะอักเสบหรือยัง? เมื่อแบคทีเรียเข้าไปสะสมและเบ่ง1ตัวในกระเพาะปัสสาวะร่างกายจะเริ่มส่งสัญญาณเตือนผ่านอาการเหล่านี้
- ปัสสาวะแสบขัดหรือมีสีขุ่นเวลาปัสสาวะจะรู้สึกเจ็บแสบปัสสาวะไม่สุดและน้ำปัสสาวะอาจมีสีเข้มข้นหรือขุ่นผิดปกติ
- ปัสสาวะบ่อยกะปริบกะปรอยรู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยครั้งตลอดทั้งวันแต่พอไปเข้าห้องน้ำกลับออกทีละนิดเดียว
- ปวดเกร็งบริเวณท้องน้อยมีอาการหน่วงหรือเจ็บแปลบๆบริเวณหัวหน่าวและอุ้งเชิงกราน
- กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ควบคุมการขับถ่ายได้ยากขึ้นรู้สึกปวดฉุกเฉินจนแทบวิ่งไปห้องน้ำไม่ทัน
ปรับพฤติกรรมด่วนเกราะป้องกันง่ายๆที่ทำได้ทันทีการหลีกเลี่ยงจากวงจรกระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรังเริ่มต้นได้ที่ตัวเราเอง
- ห้ามอั้นปัสสาวะเป็นเวลานานไม่ควรกลั้นปัสสาวะติดต่อกันนานเกิน 6 ชั่วโมงเพราะจะทำให้แบคทีเรียในกระเพาะปัสสาวะเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
- ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอการดื่มน้ำบ่อยๆ ตลอดวัน จะช่วยชะล้างและขับเชื้อโรคออกจากระบบทางเดินปัสสาวะตามธรรมชาติ
- ดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลหลังเข้าห้องน้ำควรทำความสะอาดจากหน้าไปหลังเพื่อป้องกันไม่ให้แบคทีเรียจากทวารหนักแพร่เข้าสู่ท่อปัสสาวะ
ข้อควรระวังในการดูแลตัวเองเบื้องต้น
หากเริ่มมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นหลายคนอาจมองหาตัวช่วยบรรเทาเบื้องต้น เช่น การใช้ผงละลายบรรเทาอาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะชนิดชงดื่มซึ่งบางประเภทช่วยปรับสภาพความเป็นกรดในปัสสาวะเพื่อลดอาการแสบขัดควรรับประทานตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรอย่างเคร่งครัดอย่างไรก็ตามหากอาการไม่ดีขึ้นมีไข้สูงร่วมด้วยปวดหลังส่วนล่าง หรือมีเลือดปนมากับปัสสาวะควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรับยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเองต่อเนื่องเรื้อรังเพื่อป้องกันเชื้อดื้อยาครับ
Leave a Reply