
หลายคนอาจเคยได้ยินชื่ออะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) กันมาบ้างแต่น้อยคนนักที่จะทราบว่าสารชนิดนี้เป็นภัยเงียบที่อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิดสารอะฟลาทอกซินคือสารพิษที่เกิดจากเชื้อรากลุ่ม Aspergillus ซึ่งมักปนเปื้อนอยู่ในอาหารแห้งและวัตถุดิบที่เราใช้ทำอาหารเป็นประจำหากได้รับสะสมในร่างกายเป็นเวลานานสารพิษนี้จะไปทำลายเซลล์ตับโดยตรงและเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งตับในประเทศไทยครับ
อะฟลาทอกซินพบได้ที่ไหนบ้าง?
สารพิษชนิดนี้ไม่ได้มีรสชาติหรือกลิ่นที่ผิดปกติจนสังเกตได้ด้วยตาเปล่าแต่มักแอบแฝงอยู่ในอาหารที่เก็บรักษาไม่ดีหรือมีความชื้นสูง ได้แก่
- ถั่วและธัญพืชโดยเฉพาะถั่วลิสงข้าวโพดและเมล็ดพืชต่างๆ
- อาหารแห้งพริกแห้งหอมกระเทียมแห้งที่ตากไม่แห้งสนิทหรือเก็บในที่ชื้น
- เครื่องปรุงรสน้ำปลาหรือกะปิที่ไม่ได้มาตรฐานการผลิต
- ผลิตภัณฑ์แปรรูปเนยถั่วหรือของขบเคี้ยวที่มีถั่วเป็นส่วนประกอบหากวัตถุดิบเดิมมีเชื้อราปนเปื้อน สารพิษก็จะยังคงอยู่แม้ผ่านการแปรรูปแล้ว
ผลกระทบต่อร่างกายมากกว่าแค่พิษสะสม
เมื่ออะฟลาทอกซินเข้าสู่ร่างกายมันจะถูกเปลี่ยนรูปที่ตับและไปรบกวนการทำงานของสารพันธุกรรม (DNA) ในเซลล์ตับส่งผลให้เซลล์ตับเกิดความผิดปกติและกลายเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุดนอกจากนี้หากได้รับสารพิษในปริมาณสูงเฉียบพลันอาจส่งผลให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียนปวดท้องหรือตับอักเสบรุนแรงได้
5 วิธีป้องกันตนเองจากภัยเงียบอะฟลาทอกซิน
เราสามารถป้องกันการได้รับสารพิษนี้ได้ด้วยการปรับพฤติกรรมการเลือกซื้อและจัดเก็บอาหารครับ
- เลือกซื้อที่ดูดีเลือกซื้อถั่วและธัญพืชที่ใหม่เมล็ดเต็มสมบูรณ์ไม่มีรอยแตกหักหรือรอยดำ ไม่ควรซื้อแบบที่ไม่มีฉลากหรือบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
- เก็บในที่แห้งสนิทจัดเก็บวัตถุดิบแห้งไว้ในภาชนะที่ปิดสนิท (เช่น กล่องแก้วหรือพลาสติกที่กันความชื้นได้) และวางไว้ในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวกไม่ควรวางบนพื้นหรือที่ที่อับชื้น
- เลี่ยงการตุนไม่ควรซื้ออาหารแห้งหรือธัญพืชมาเก็บไว้คราวละมากๆจนนานเกินไปควรซื้อในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อให้ทานหมดเร็วที่สุด
- สังเกตความชื้นหากพบอาหารแห้งมีลักษณะอ่อนนุ่มมีราขึ้นหรือมีกลิ่นอับให้ทิ้งทันที ห้ามนำมาล้างหรือปรุงสุกเพื่อทานต่อเพราะความร้อนปกติจากการทำอาหารไม่สามารถทำลายสารพิษอะฟลาทอกซินได้หมดครับ
- ดูฉลากและแหล่งผลิตเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน อย. เพื่อความมั่นใจในขั้นตอนการผลิตและการจัดการวัตถุดิบที่ปลอดภัย
สรุป: การป้องกันที่ดีที่สุดคือการรู้เท่าทันครับแม้เราจะไม่สามารถมองเห็นเชื้อราด้วยตาเปล่าได้ในบางครั้งแต่การใส่ใจในคุณภาพวัตถุดิบและการจัดเก็บที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงจากการได้รับสารก่อมะเร็งตับชนิดนี้ได้อย่างมหาศาลครับ หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของลูกเพจทุกคนนะครับหากคุณแม่บ้านหรือคนในครอบครัวมักจะซื้อของแห้งมาตุนไว้อย่าลืมแชร์วิธีนี้ให้เขาทราบด้วยนะครับ! ปกติแล้วในครัวของคุณมีการจัดการกับถั่วหรือพริกแห้งอย่างไรบ้างครับ? หรือมีคำถามเพิ่มเติมเรื่องการจัดเก็บอาหารให้ปลอดภัยมาพูดคุยกันได้ในคอมเมนต์เลยนะครับ!
Leave a Reply