
ภาวะนี้เกิดจากการที่เซลล์กระดูกในหัวสะโพกตาย เนื่องจากขาดเลือดไปเลี้ยงทำให้กระดูกสูญเสียความแข็งแรงเกิดการยุบตัว และนำไปสู่ข้อสะโพกเสื่อมในที่สุด หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม
สาเหตุของภาวะนี้
แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก
- สาเหตุจากอุบัติเหตุ
- กระดูกข้อสะโพกหัก
- ข้อสะโพกเคลื่อนหลุด
- สาเหตุจากปัจจัยอื่น
- ภาวะเลือดแข็งตัวง่าย
- การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
- การใช้ยาสเตียรอยด์ในปริมาณมาก
- การฉายรังสีบริเวณอุ้งเชิงกราน
อาการและอาการแสดง
- อาการปวดข้อสะโพก
- ปวดบริเวณขาหนีบ
- ปวดร้าวไปที่หน้าต้นขาหรือหัวเข่า
- ปวดมากขึ้นเมื่อขยับข้อสะโพก
- การเคลื่อนไหวข้อสะโพกลดลง
- รู้สึกข้อสะโพกติดขัดหรือเคลื่อนไหวลำบาก
- อาการปวดเวลายืน เดิน หรือทำกิจกรรม
- ระยะอาการรุนแรง
- เดินลำบาก เดินกะเผลก หรือรู้สึกว่าขายาวไม่เท่ากัน
- ข้อสะโพกอาจเกิดการเสื่อม
การวินิจฉัย
- ตรวจสอบจากประวัติและอาการ
- ใช้ภาพ เอกซเรย์ และ MRI (เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า)
- ระยะแรกของโรคอาจไม่พบความผิดปกติในเอกซเรย์ทั่วไป
แนวทางการรักษา
1. การรักษาแบบไม่ผ่าตัด
เหมาะสำหรับระยะแรกที่กระดูกยังไม่ยุบตัว
- การใช้ยา: ลดอาการเจ็บปวด
- การปรับพฤติกรรม: หลีกเลี่ยงการลงน้ำหนักมากเกินไป
- กายภาพบำบัด: เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อสะโพก
- การใช้ไม้ค้ำยัน: เพื่อลดแรงกดที่ข้อสะโพก
- ติดตามอาการและเอกซเรย์เป็นระยะ
2. การรักษาแบบผ่าตัด
เหมาะสำหรับกรณีที่โรคดำเนินไปมากขึ้น
- การเจาะกระดูก: เพื่อเปิดทางให้เส้นเลือดใหม่เลี้ยงกระดูก
- การเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม: ในกรณีที่กระดูกหัวสะโพกยุบตัวหรือข้อสะโพกเสื่อม
ข้อควรรู้เพิ่มเติม
- ระยะแรกของโรค: อาจไม่มีอาการชัดเจน แต่เมื่อเป็นระยะหนึ่ง ผู้ป่วยจะมีอาการปวดบริเวณขาหนีบ ปวดร้าวไปที่ก้นหรือเข่า และเคลื่อนไหวสะโพกได้ลำบาก
- การรักษาที่เหมาะสมตั้งแต่เนิ่นๆ สามารถช่วยชะลอการดำเนินของโรคได้
หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการปวดข้อสะโพกโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมค่ะ!
Leave a Reply