
ภาวะหินปูนเกาะผนังหลอดเลือดหัวใจ หรือ Coronary Artery Occlusion เป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตฉับพลันในผู้ป่วยโรคหัวใจ โดยพบว่าผู้คนทั่วโลกมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของโลก โดยในประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยชั่วโมงละ 8 คน หรือประมาณ 70,000 รายต่อปี
สาเหตุการเกิดภาวะหินปูนเกาะผนังหลอดเลือด
การเกิดหินปูนที่ผนังหลอดเลือดหัวใจมีหลายปัจจัย เช่น
- การเสื่อมสภาพของแคลเซียมในร่างกาย แคลเซียมจะสะสมและก่อตัวเป็นก้อนแข็งตามผนังหลอดเลือด
- กลไกของร่างกาย ร่างกายสร้างแคลเซียมเพื่อป้องกันบริเวณที่เกิดการอักเสบ
- การบริโภคไขมันที่มากเกินไป โดยเฉพาะไขมันเลว (LDL) และไขมันทรานส์ เช่น ในเบเกอรี มาร์การีน อาหารทอดซ้ำ ซึ่งจะสะสมในกระแสเลือดและไปเกาะที่ผนังหลอดเลือด
- กระบวนการตอบสนองของร่างกาย ร่างกายจะส่งเม็ดเลือดขาวไปทำลายไขมันในหลอดเลือด ซึ่งก่อให้เกิดการสะสมไขมันและเกิดการระคายเคืองต่อหลอดเลือด ทำให้เกิดการสะสมของหินปูนเพื่อปิดรอยแผล
อันตรายจากภาวะหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ
หินปูนที่เกาะตามผนังหลอดเลือดจะค่อยๆ ทำให้หลอดเลือดตีบตัน โดยใช้ระยะเวลาหลายปีในการพัฒนาสู่ภาวะหลอดเลือดอุดตัน ในกรณีที่ร้ายแรงที่สุดอาจทำให้เกิดหัวใจวายเฉียบพลัน ซึ่งมักจะเกิดขึ้นโดยที่ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า
การป้องกัน
การป้องกันภาวะหินปูนเกาะผนังหลอดเลือดหัวใจทำได้โดย
- การควบคุมคอเลสเทอรอล ลดไขมัน LDL ในร่างกายและเพิ่มไขมัน HDL ที่ช่วยขจัดไขมันเลวออกจากหลอดเลือด
- การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การบริโภคอาหารไขมันสูง สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ
- การตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะการตรวจหาแคลเซียมหรือหินปูนที่อาจเกาะตามผนังหลอดเลือด ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดหัวใจวายเฉียบพลัน
การดูแลสุขภาพหัวใจด้วยการใช้ชีวิตที่สมดุลและระมัดระวังในเรื่องอาหารและการออกกำลังกายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้หลอดเลือดหัวใจคงความแข็งแรง
Leave a Reply