ภาษากาย หรือ Body Language ถือเป็นอวัจนภาษาในการแสดงออกอย่างหนึ่ง

ซึ่งรูปแบบในการแสดงออกก็จะมีความแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับบริบทและสถานการณ์ว่าเราต้องการจะสื่อสารออกไปอย่างไร ภาษากายไม่ใช่ความเชื่อ แต่เป็นสิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ และสามารถบ่งบอกได้เลยว่า เรากำลังคิดอะไร กังวลอะไร หรือแม้กระทั่งกำลังโกหกอะไรบางอย่างอยู่ก็สามารถบอกได้เช่นกัน ทพ.อภิชาติ ลีนานุรักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ภาษากาย และเจ้าของเพจ ถอดรหัสภาษากาย – Body Language Analysis โดย หมอมด กล่าวว่า “ในศาสตร์ภาษากายเราก็ไม่ใช้การวิเคราะห์ที่ผิวเผิน หรือแค่บางเหตุการณ์เพื่อนำมาตัดสินตัวตนใคร แต่จะใช้การวิเคราะห์ภาษากายเพื่ออธิบายเหตุการณ์ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าและความรู้สึกในเวลานั้น วินาทีนั้นเท่านั้น”

หากเราลองหยิบยกท่าทางที่ทุกคนอาจเคยเห็นชีวิตประจำวัน มาให้ทุกคนลองพิจารณาดูว่า ถ้าเราทำท่าทางในลักษณะนี้ นั้นแปลว่าอะไร?

ความรู้สึกกลัว (Fear) ความรู้สึกเหล่านี้มักจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ดังนั้นการแสดงออกจึงมีความไม่เป็นตัวเองสูงมาก เช่น สีหน้าอาจจะเปลี่ยนไป กลืนน้ำลาย ก้มหน้าหลบตา หายใจไม่เป็นจังหวะ หรืออาจจะมองซ้าย มองขวาเพื่อเช็กความปลอดภัย เพราะกำลังรู้สึกถูกคุกคามและรู้สึกอึดอัดใจ

ความรู้สึกโกรธ (Anger) ความรู้สึกนี้อาจจะแสดงออกผ่านสีหน้าและแววตา มีอาการสั่น กล้ามเนื้อหดเกร็ง ซึ่งมักจะแสดงท่าทางให้เห็นแบบชัดเจน ส่วนใหญ่ท่าทางลักษณะนี้เรามักจะดูออกได้ไม่ยาก เช่น สีหน้าและแววตา กัดฟันแน่น การเม้มปาก (มีโอกาสที่จะหมายถึงความรู้สึกอื่นๆ ได้ เช่น ตื่นเต้น เครียด กลัว หรือรู้สึกไม่ยอมรับกับสิ่งที่ได้ยิน) แต่ถ้าหากใครเก็บอารมณ์ได้ดี ก็อาจจะมีความนิ่งและพยายามควบคุมสถานการณ์ให้แนบเนียน
โกหก (Lie) ความรู้สึกที่แสดงออกไปมักจะเกรี้ยวกราดหรืออาจจะพยายามหลบตาหากโดนจับได้ แต่มีหลายคนที่โกหกเนียนๆ อาจจะประจันหน้าเพื่อทำให้อีกฝ่ายตายใจได้เหมือนกัน ยกมือปิดปาก เกาหน้า เช็ดจมูก หรือมือไม่อยู่นิ่ง ซึ่งอาจจะพยายามกลบเกลื่อนความผิด หรือเบนความสนใจให้ไปในทิศทางอื่น

สรุปจากสิ่งที่หมอมดได้อธิบายมานั้น เราสามารถศึกษาอากัปกิริยาของใครสักคนหนึ่ง ณ ช่วงเวลานั้น ซึ่งอาจจะแสดงท่าทางที่รู้สึกมีความสุข กังวล โกรธ หรือความรู้สึกใดๆ ก็ตาม สุดท้ายแล้วเราไม่อาจตัดสินได้ว่าเขาเป็นคนแบบนั้น คำพูดและการแสดงออกเป็นนายเรา เมื่อไหร่ที่มันแสดงออกไปแล้ว เราอาจจะต้องยอมรับกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่ว่ามันจะดี หรือไม่ดีก็ตาม

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=320393310537046&set=a.260039243239120


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *