
มะเร็งตับอ่อนจัดเป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่น่ากลัวและมีอัตราการเสียชีวิตสูงมากเนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่มักตรวจพบเมื่อโรคลุกลามเข้าสู่ระยะท้ายแล้วข้อมูลจากทะเบียนมะเร็งระดับโรงพยาบาล ปี 2563 ระบุว่า มะเร็งตับอ่อนเป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับที่ 10 ในเพศชายของประเทศไทย แม้จะไม่ใช่มะเร็งที่พบบ่อยที่สุดแต่กลับเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตผู้ป่วยไปจำนวนมาก นี่คือสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับมะเร็งตับอ่อนเพื่อการเฝ้าระวังและการดูแลสุขภาพที่ดี
ทำไมมะเร็งตับอ่อนจึงเป็นภัยเงียบ?
สาเหตุหลักที่ทำให้มะเร็งตับอ่อนมีอัตราการเสียชีวิตสูงคือการไม่แสดงอาการที่ชัดเจนในระยะเริ่มต้น ตับอ่อนเป็นอวัยวะที่อยู่ลึกภายในช่องท้องด้านบนหลังกระเพาะอาหาร มีหน้าที่สำคัญในการสร้างน้ำย่อยเพื่อช่วยในการย่อยอาหารและสร้างฮอร์โมนอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดเมื่อเกิดเซลล์มะเร็งขึ้นในระยะแรกมักจะไม่มีสัญญาณเตือนใดๆหรือหากมีอาการก็มักเป็นอาการที่ไม่จำเพาะเจาะจง เช่น ปวดท้อง ท้องอืด คลื่นไส้ ซึ่งอาจถูกมองข้ามหรือเข้าใจผิดว่าเป็นโรคอื่นๆ ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่มาพบแพทย์เมื่อโรคลุกลามไปแล้วยากต่อการรักษาให้หายขาด
ใครบ้างที่มีความเสี่ยง?
แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดมะเร็งตับอ่อนแต่ปัจจัยบางอย่างเพิ่มความเสี่ยงได้ เช่น
- อายุความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป
- การสูบบุหรี่ผู้ที่สูบบุหรี่มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปถึง 2-3 เท่า
- โรคเบาหวานโดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานที่เพิ่งตรวจพบ หรือผู้ที่มีอาการเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี
- โรคอ้วนผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน
- การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดตับอ่อนอักเสบเรื้อรังซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่งของมะเร็งตับอ่อน
- ประวัติหากมีคนในครอบครัวสายตรงเป็นมะเร็งตับอ่อนอาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
- ตับอ่อนอักเสบเรื้อรังการอักเสบของตับอ่อนเป็นเวลานาน
- การกลายพันธุ์ของยีนบางชนิด เช่น BRCA1, BRCA2, p16, Lynch syndrome
สัญญาณเตือนที่ควรสังเกตเมื่อเริ่มมีอาการ
เมื่อมะเร็งตับอ่อนเริ่มลุกลามอาจมีอาการดังต่อไปนี้ซึ่งไม่ควรละเลย
- ปวดท้องส่วนบนและร้าวไปด้านหลังเป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุดโดยเฉพาะหลังรับประทานอาหาร
- น้ำหนักลดผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของมะเร็งหลายชนิด
- ตาเหลืองตัวเหลือง (ดีซ่าน) หากก้อนมะเร็งไปอุดท่อน้ำดี
- คันตามตัวอาจเกิดจากภาวะดีซ่าน
- ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีซีดเป็นผลจากภาวะดีซ่าน
- คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร
- ท้องเสีย หรือมีอาการขับถ่ายผิดปกติ
- เพิ่งเริ่มเป็นเบาหวาน หรือควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานไม่ได้
คำแนะนำเพื่อการป้องกันและเฝ้าระวัง
แม้จะป้องกันได้ยากแต่การลดปัจจัยเสี่ยงและใส่ใจสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ
- งดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสองเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุด
- จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ลดความเสี่ยงตับอ่อนอักเสบ
- ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ป่วยเบาหวานควรติดตามและรักษาระดับน้ำตาลอย่างใกล้ชิด
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์เน้นผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี
- พบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพเป็นประจำโดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการคัดกรองหรือเฝ้าระวังที่เหมาะสม
การทำความเข้าใจและตระหนักถึงภัยเงียบของมะเร็งตับอ่อน จะช่วยให้เราใส่ใจสุขภาพและสังเกตความผิดปกติของร่างกายได้เร็วขึ้น แม้จะยังไม่มีวิธีการคัดกรองมะเร็งตับอ่อนที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับประชากรทั่วไป แต่การลดปัจจัยเสี่ยงและการปรึกษาแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการวินิจฉัยและรักษาได้เร็วขึ้น
Leave a Reply