
มะเร็งปอดยังคงเป็นหนึ่งในโรคร้ายแรงที่คร่าชีวิตคนไทยจำนวนมากโดยในแต่ละปีมีผู้ป่วยรายใหม่กว่า 20,000 ราย และน่าเป็นห่วงที่กว่า 50% ถูกวินิจฉัยเมื่ออยู่ในระยะที่ 4 ซึ่งเป็นช่วงที่รักษาได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง สาเหตุหลักของมะเร็งปอดยังคงมาจาก การสูบบุหรี่ ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่ธรรมดาหรือบุหรี่ไฟฟ้า นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าในอีก 5–10 ปีข้างหน้า มลพิษ PM 2.5 จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปอดมากขึ้นในคนไทย โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยในเขตเมืองใหญ่
การเข้าถึงการรักษาที่เท่าเทียมคือ “โอกาสรอดชีวิต”
ปัจจุบัน แม้จะมีนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ทันสมัย เช่น การตรวจยีน (Genetic Testing) และ การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) แต่ผู้ป่วยจำนวนมากยังไม่สามารถเข้าถึงได้ เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูงและข้อจำกัดด้านสิทธิการรักษาหากประเทศไทยสามารถผลักดันให้ผู้ป่วยทุกคนเข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียมจะช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ
งาน World No Tobacco Day 2025
เพื่อสร้างความตระหนักถึงภัยบุหรี่และผลักดันให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่เหมาะสม จึงมีการจัดงาน World No Tobacco Day: We Want No Lung Cancer เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ณ SCBX Next Tech สยามพารากอน โดยงานนี้เน้นย้ำว่าการเลิกบุหรี่คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการป้องกันโรค และเรียกร้องให้มีนโยบายสนับสนุนให้ผู้ป่วยทุกคนเข้าถึงนวัตกรรมการรักษาอย่างเสมอภาค
คำแนะนำเพื่อสุขภาพปอดที่แข็งแรง
- งดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า เพราะเป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับ 1 ของมะเร็งปอด
- ป้องกันฝุ่น PM 2.5 โดยสวมหน้ากากกรองคุณภาพสูง (เช่น N95) และใช้เครื่องฟอกอากาศภายในบ้าน
- ตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูบบุหรี่จัดหรือผู้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นควัน
- รักษาสุขภาพปอดด้วยการออกกำลังกาย เช่น เดิน ว่ายน้ำ หรือโยคะ เพื่อเสริมความแข็งแรงของระบบทางเดินหายใจ
การป้องกันและการเข้าถึงการรักษาอย่างเท่าเทียมคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ “มะเร็งปอด” ไม่ใช่คำตัดสินชีวิตอีกต่อไป
Leave a Reply