มะเร็งลำไส้ภัยเงียบที่ควรระวังวันละ 15 ชีวิตแต่ป้องกันได้

มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักถือเป็นภัยเงียบใกล้ตัวคนไทยที่ไม่ควรมองข้ามโดยจากสถิติพบว่าอัตราการวินิจฉัยโรคในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 9.3% คาดการณ์ระหว่างปี 2024–2030

  • อัตราเสียชีวิต: เฉลี่ยวันละ 15 คน หรือประมาณ 5,476 คนต่อปี
  • จำนวนผู้ป่วยใหม่: เฉลี่ยวันละ 44 คน หรือประมาณ 15,939 คนต่อปี

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นความรุนแรงของโรคแต่ข่าวดีคือเราสามารถลดความเสี่ยงและป้องกันได้หากรู้ทันและปรับพฤติกรรม

ปัจจัยเสี่ยงที่ควรระวัง

1. ปัจจัยเสี่ยงด้านบุคคล

อายุผู้ป่วยมะเร็งลำไส้กว่า 90% มีอายุมากกว่า 50 ปี แต่ปัจจุบันพบผู้ป่วยอายุ 20–49 ปีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

พันธุกรรมและประวัติครอบครัว

  • หากครอบครัวเคยมีประวัติเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือไส้ตรงจะมีความเสี่ยงสูงขึ้น
  • โรคทางพันธุกรรมที่เพิ่มความเสี่ยง เช่น
    • FAP (Familial Adenomatous Polyposis) ทำให้เกิดติ่งเนื้อจำนวนมากหากไม่รักษาอาจพัฒนาเป็นมะเร็ง
    • Lynch Syndrome เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งหลายชนิดรวมถึงมะเร็งลำไส้ใหญ่
    • MAP (MUTYH-Associated Polyposis) ติ่งเนื้อจำนวนมากในลำไส้

2. ปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม

การรับประทานอาหาร

  • เนื้อแดงและเนื้อสัตว์แปรรูปปรุงด้วยความร้อนสูง เช่น ปิ้งย่างจนไหม้เกิดสารก่อมะเร็ง Heterocyclic Amines และ Poly Aromatic Hydrocarbon
  • อาหารไขมันสูงน้ำตาลสูงและอาหารปรุงแต่งมากเกินไป
  • ทานผักผลไม้น้อย ทำให้อุจจาระค้างในลำไส้นาน เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง

พฤติกรรมการใช้ชีวิต

  • ไม่ออกกำลังกายการเคลื่อนไหวช่วยเพิ่ม Metabolic Rate ทำให้ลำไส้เคลื่อนตัวดีขึ้น ลดภาวะดื้อต่ออินซูลินและลดน้ำหนักส่วนเกินช่วยลดฮอร์โมนเอสโตรเจนที่สูงซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงมะเร็ง
  • ดื่มแอลกอฮอล์เมื่อแอลกอฮอล์ย่อยสลายเกิด Acetaldehyde ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งลดความสามารถในการซ่อมแซมเซลล์และเพิ่มการอักเสบเรื้อรัง
  • สูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงเกิด Adenomatous polyp ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ โดยประมาณ 70–80% ของมะเร็งลำไส้ใหญ่เกิดจากติ่งเนื้อชนิดนี้

วิธีลดความเสี่ยงและป้องกัน

แม้มะเร็งลำไส้จะน่ากลัวแต่สามารถป้องกันได้ด้วยการปรับพฤติกรรมและตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ

  1. ปรับอาหารการกิน
  • ลดการทานเนื้อแดงและอาหารปิ้งย่างไหม้เกรียม
  • เพิ่มผักผลไม้เพื่อช่วยให้ลำไส้ทำงานได้ดี ลดระยะเวลาการค้างของอุจจาระ
  • ลดน้ำตาลและอาหารปรุงแต่งมากเกินไป
  1. ออกกำลังกายเป็นประจำ
  • การเคลื่อนไหวช่วยเพิ่มการทำงานของลำไส้ลดความดันและน้ำหนักส่วนเกิน
  1. ตรวจสุขภาพและประเมินภูมิคุ้มกัน
  • การตรวจ NK Cells (เซลล์นักฆ่าตามธรรมชาติ) สามารถประเมินความสามารถในการกำจัดเซลล์มะเร็ง
  • หากมีจำนวน NK Cells สูง ร่างกายจะมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง

มะเร็งลำไส้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการปรับพฤติกรรมการกินการออกกำลังกายและการตรวจสุขภาพเป็นประจำความรู้และความระมัดระวังตั้งแต่วันนี้สามารถช่วยรักษาชีวิตและคุณภาพชีวิตในอนาคตได้


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *