“มันจะเป็นหายนะสำหรับมนุษย์มันจะเหมือนกับ Mad Max” Praveena Sridhar หัวหน้าเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ของกลุ่มสิ่งแวดล้อม Save Soil กล่าว

ไม่ต้องเป็นแฟนตัวยงหนังวันสิ้นโลก ก็พอจะเดาได้ว่าในอนาคตอันใกล้ที่เรากำลังเดินทางไป เริ่มมีความใกล้เคียงกับภาพเหล่านั้นมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดโครงการอาหารโลกได้ออกมากล่าวว่า ความแห้งแล้งและน้ำท่วมได้กลายเป็นเรื่องธรรมดาในพื้นที่ที่ยากจนที่สุดในโลก จนทำให้แผ่นดินไม่สามารถเพาะปลูกได้อีกต่อไปและหากเราไม่เริ่มฟื้นฟูความเสื่อมโทรมนี้ ประเทศที่ร่ำรวยกว่าก็จะเริ่มประสบความล้มเหลวของการผลิตพืชผลเช่นกันโดยทางกองทุนสิ่งแวดล้อมโลกได้ประมาณการภายในปี 2050 พื้นดิน 95% ของโลกจะต้องเสื่อมโทรมลง ขณะที่สหประชาชาติระบุว่าปัจจุบันนี้ก็ได้เกิดขึ้นไปแล้วกว่า 40% โดยความเสื่อมโทรมนี้ ส่วนใหญ่ก็มาจากการใช้ประโยชน์ที่ดินไปกับการทำเกษตรกรรมขนาดใหญ่จนแร่ธาตุในดินหายไป ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงมากขึ้น ตอกย้ำความแห้งแล้งที่ยาวนานสลับกับฝนตกหนักอย่างเฉียบพลัน ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อฤดูเก็บเกี่ยวไปจนถึงความมั่นคงทางอาหารเห็นได้ชัดจากการส่งออกธัญพืชและข้าวสาลีที่ลดลงจากสงครามยูเครน-รัสเซีย ทำให้เกิดความไม่มั่นคงต่อความต้องการอาหารทั่วโลกนี่จึงเป็นเหมือนการส่งสัญญาณเตือนไปยังหลายประเทศที่ไม่ได้เตรียมความพร้อมต่อสถานการณ์นี้ ให้หันมาสร้างแหล่งอาหารในประเทศของตัวเองมากขึ้น แทนการพึ่งพาการนำเข้าอย่างโครงการ WFP (The World Food Programme) ในประเทศไนเจอร์ ที่เหล่าสตรีได้ร่วมกันสร้างเขื่อนขนาดเล็กในผืนดินแห้งแล้งเพื่อชะลอการเคลื่อนตัวของน้ำจากนั้นใช้ปุ๋ยคอกและฟางสร้างแอ่งน้ำสำหรับปลูกต้นไม้ เพื่อให้ร่มเงาแก่พืชผลที่ปลูกตามมาได้ โดยกระบวนการทั้งหมดนี้กินระยะเวลา 3-5 ปี ในการพลิกฟื้นสถานที่ที่เคยเป็นทะเลทรายให้กลับมาเป็นพื้นที่เพาะปลูกอีกครั้ง โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบการให้น้ำแบบฟาร์มอีกต่อไป
หรือนี่จะถึงเวลาของประโยคที่ว่า “สูงสุดสู่สามัญ” เพราะดูเหมือนว่ายิ่งมนุษย์เราพยายามพัฒนาสิ่งต่างๆไปรวดเร็วมากเท่าไหร่ ผลกระทบที่ได้รับมาภายหลังก็ยิ่งทวีคูณความรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น จนท้ายที่สุดแล้วไม่ใช่แค่สิ่งแวดล้อมเท่านั้นที่เสื่อมสลายไปแต่เป็นหลักมนุษยธรรมภายในจิตใจเราที่ตายไปด้วยจนเหลือแค่สัญชาตญานการเอาชีวิตรอดเท่านั้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.facebook.com/netzerocarbonth


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *