มิติใหม่แห่งการกู้ชีพ!ญี่ปุ่นเริ่มทดลองส่งออกซิเจนผ่านลำไส้ทางเลือกใหม่เมื่อปอดทำงานไม่ไหว

นักวิทยาศาสตร์จากประเทศญี่ปุ่นได้สร้างความฮือฮาให้กับวงการแพทย์ทั่วโลกด้วยการเริ่มต้นทดสอบทางคลินิกในมนุษย์เป็นครั้งแรกกับเทคนิคที่เรียกว่า “Enteral Ventilation via Anus” (EVA) หรือการระบายอากาศผ่านทางลำไส้ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่มุ่งเป้าช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีภาวะระบบทางเดินหายใจล้มเหลวรุนแรงโดยการส่งออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายผ่านทวารหนักแทนการใช้ปอดเพียงอย่างเดียว

กลไกอัจฉริยะลำไส้ช่วยหายใจได้อย่างไร?

หลายคนอาจสงสัยว่าลำไส้จะทำหน้าที่แทนปอดได้อย่างไร? ทีมวิจัยนำโดยศาสตราจารย์ Takanori Takebe ได้รับแรงบันดาลใจจากสัตว์บางชนิด เช่น ปลาโลช Loach ที่สามารถดูดซับออกซิเจนผ่านลำไส้ได้ในสภาวะที่ออกซิเจนต่ำ เทคนิคนี้ไม่ได้เป็นการอัดก๊าซเข้าสู่ร่างกายโดยตรงแต่ใช้ของเหลวกลุ่ม Perfluorocarbon (PFC) ซึ่งเป็นของเหลวที่มีความสามารถในการละลายและนำพาออกซิเจนได้สูงมากเมื่อฉีดของเหลวนี้เข้าสู่ลำไส้ใหญ่ ร่างกายจะทำการดูดซึมออกซิเจนผ่านผนังลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดโดยตรงช่วยพยุงระดับออกซิเจนในเลือดให้คงที่แม้ปอดจะได้รับความเสียหายอย่างหนัก

ทำไมเทคนิคนี้ถึงสำคัญต่ออนาคต?

ในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคทางเดินหายใจ เช่น COVID-19 ที่ผ่านมาเราพบปัญหาการขาดแคลนเครื่องช่วยหายใจหรือผู้ป่วยบางรายไม่สามารถใช้เครื่องช่วยหายใจแบบเดิมได้ เทคนิค EVA จึงถูกมองว่าเป็นทางรอดใหม่ด้วยเหตุผลดังนี้

  • ความปลอดภัยจากการทดสอบเบื้องต้นพบว่าสาร PFC มีความปลอดภัยต่อร่างกายและไม่รบกวนการทำงานของแบคทีเรียในลำไส้
  • เข้าถึงง่ายกว่าอาจเป็นทางเลือกที่ดีในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือในพื้นที่ที่ขาดแคลนเครื่องพยุงการทำงานของหัวใจและปอด (ECMO)
  • ลดความเสี่ยงจากการใช้เครื่องช่วยหายใจการใช้เครื่องช่วยหายใจเป็นเวลานานอาจทำให้ปอดอักเสบหรือได้รับบาดเจ็บแต่การส่งออกซิเจนผ่านลำไส้ช่วยลดภาระของปอดได้

ข้อมูลเพิ่มเติมและมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ

แม้ฟังดูแปลกประหลาดแต่ในทางวิชาการระบุว่าลำไส้ส่วนปลายมีผนังที่บางและมีเส้นเลือดมาเลี้ยงจำนวนมากทำให้เหมาะแก่การแลกเปลี่ยนก๊าซอย่างไรก็ตามปัจจุบันเทคนิคนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบทางคลินิก Clinical Trial เพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยในมนุษย์อย่างสูงสุดก่อนจะนำมาใช้จริงในโรงพยาบาล

คำแนะนำสำหรับประชาชน

นวัตกรรมนี้คือความหวังใหม่สำหรับผู้ป่วยภาวะวิกฤตแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการดูแลสุขภาพปอดของเราให้แข็งแรงอยู่เสมอ

  1. หลีกเลี่ยงมลพิษสวมหน้ากากอนามัยเมื่อค่า PM 2.5 สูง
  2. งดสูบบุหรี่:เพื่อรักษาความยืดหยุ่นของถุงลมปอด
  3. ตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อเช็กสมรรถภาพปอดหากคุณมีอาการเหนื่อยง่ายเรื้อรัง

วิทยาศาสตร์มักเริ่มต้นจากความคิดที่เป็นไปไม่ได้การเปลี่ยนลำไส้ให้เป็นปอดสำรองอาจดูเหมือนเรื่องในภาพยนตร์ไซไฟแต่ในอนาคตอันใกล้นี่อาจเป็นเทคนิคกู้ชีพที่จะช่วยรักษาชีวิตผู้คนนับล้านทั่วโลก


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *