
แต่ละคนล้วนมีวิธีสร้างความสุขมากมายแตกต่างกัน บางครั้งทำแล้วได้ผลลัพธ์ดีแต่บางครั้งก็ไม่ได้เป็นไปตามหวัง แล้วเราจะสามารถมีความสุขทุกวันได้อย่างไร? มาลองดูเรื่องราว และคำแนะนำของ ‘ผู้มีความสุขที่สุดในโลก’ กัน ริชาร์ด เดวิดสัน (Richard Davidson) นักประสาทวิทยา จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน แมดิสัน (University of Wisconsin-Madison) ในสหรัฐอเมริกา ทำการศึกษาสมองของ มาติเยอ ริการ์ (Matthieu Ricard) พระสงฆ์ในทิเบตชาวฝรั่งเศส เป็นเวลากว่า 12 ปี ด้วยการติดเซ็นเซอร์ 256 จุด บนศีรษะ ผลการสแกนชี้ให้เห็นว่า เมื่อทำสมาธิ สมองของริการ์จะสร้างคลื่นแกมมาขึ้นมาระดับหนึ่ง ซึ่งเชื่อมโยงกับความรู้สึกตัว ความสนใจ การเรียนรู้ และความจำผลสรุปของการศึกษาดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ริการ์มีความสุขมากขึ้นมากกว่าปกติ และมีแนวโน้มที่จะคิดลบน้อยลง นั่นจึงทำให้เขาได้รับการเรียกขานจากสื่อว่า ‘ผู้มีความสุขที่สุดในโลก’ ต่อไปนี้คือ 3 เคล็ดลับจาก มาติเยอ ริการ์ ที่จะช่วยให้ชีวิตเรายกระดับความสุขให้เพิ่มขึ้น
หยุดคิดถึงแต่ตัวเอง การคิดถึงแต่ ‘ฉัน ฉัน ฉัน’ เพื่อหาหนทางทำสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้นสำหรับตัวเองตลอดเวลา เป็นสิ่งที่ทำให้เหนื่อยและเครียด จนนำไปสู่ความทุกข์ในที่สุด และการคิดถึงแต่ตัวเองทั้งวัน จะทำให้โลกทั้งใบกลายเป็นภัยคุกคามต่อตัวเราได้หากต้องการมีความสุขต้องมี ‘เมตตา’ ต่อผู้อื่น ซึ่งไม่เพียงทำให้เรารู้สึกดี แต่ยังทำให้คนชื่นชอบเรามากขึ้นด้วยแต่นั่นไม่ได้หมายความว่า จะปล่อยให้คนอื่นมาเอาเปรียบ ฉะนั้น ต้องพยายามแสดงความเมตตาด้วยเหตุผล
“สภาพจิตใจที่ดีคือ จิตใจที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา กรุณา ปรารถนาดี และความรักใคร่กลมเกลียว เมื่อสภาพใจดี สภาพกายก็จะดีขึ้นด้วย”
ฝึกจิตใจดั่งการวิ่งมาราธอน ทุกคนสามารถมีจิตใจแจ่มใสได้ด้วยตนเอง เพราะทุกคนมีศักยภาพที่จะทำความดี เปรียบดั่งนักวิ่งมาราธอนที่ต้องฝึกฝนก่อน จึงสามารถวิ่งได้ระยะทางไกลๆ คนที่ต้องการมีความสุขมากขึ้น จำเป็นต้องฝึกฝนจิตใจของตนเช่นกันการฝึกฝนจิตใจสามารถยกระดับความสุขของเราได้ เช่นเดียวกับการวิ่ง ซึ่งมีความต่างอย่างมากระหว่างการฝึกกับไม่ฝึก ฉะนั้นการมีความเมตตา กรุณา เอาใจใส่ สมดุลทางอารมณ์ และความยืดหยุ่น ก็เป็นสิ่งที่สามารถฝึกฝนได้ นั่นหมายรวมถึง ความสุข เป็นทักษะที่สามารถฝึกฝนได้
คิดเรื่องดีๆ 15 นาทีต่อวัน เริ่มต้นด้วยการคิดบวกหรือคิดเรื่องมีความสุขเป็นเวลา 10 – 15 นาทีต่อวัน ให้เราจดจ่ออยู่กับอารมณ์เชิงบวกนี้ต่อไปโดยไม่วอกแวก หากฝึกฝนทุกวันอย่างต่อเนื่องเพียง 2 สัปดาห์ จะรู้สึกได้ถึงผลลัพธ์ทางจิตใจที่เป็นบวกมากขึ้นแนวคิดดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากเดวิดสัน ซึ่งการวิจัยของเขาพบว่า การทำสมาธิวันละ 20 นาที สามารถทำให้ผู้คนมีความสุขโดยรวมมากขึ้นได้นอกจากนี้ ริการ์ยังแนะนำเกี่ยวกับความสุขบนเวทีสัมมนา TED Talk ในหัวข้อ ‘The habits of happiness’ ที่มียอดชมบน TED.com มากกว่า 10 ล้านครั้ง ว่า ความสุขอาจเป็นคำที่มีความหมายคลุมเครือไม่แน่ชัด ซึ่งในมุมมองของศาสนาพุทธหมายถึงความสงบความสุขนั้นอยู่ที่ใจ มีเรื่องเล่าว่า เมื่อดาไลลามะเดินทางไปโปรตุเกสครั้งแรก เห็นตึกที่ทันสมัยมากมาย ตึกร้อยชั้นที่ทันสมัยนี้ ถ้าเราไม่มีความสุขภายในใจ สิ่งที่คนมองหาคือหน้าต่างที่จะกระโดดลงมา นั่นหมายถึง สิ่งภายนอกสำคัญไม่เท่ากับภายในจิตใจของเราความโกรธ เกลียด อิจฉา ริษยา เย่อหยิ่ง เป็นสิ่งครอบงำที่ทำให้จิตใจอยู่ในสภาพย่ำแย่ และยังเป็นอันตรายต่อผู้อื่น ยิ่งมีสิ่งเหล่านี้มาก ยิ่งเป็นทุกข์กลับกันหากมีความเมตตา กรุณา เอื้ออารี จะทำให้จิตใจเป็นสุขและส่งผลดีต่อผู้อื่นด้วยและทั้งสองด้านไม่อาจเกิดขึ้นได้พร้อมกันดังนั้น เมื่อเกิดความรู้สึกทางลบเราสามารถแก้ไขได้ด้วยความรู้สึกทางบวกที่เป็นคู่ตรงข้าม เช่น แก้ความริษยาด้วยความปีติยินดี แก้ความเกลียดชังด้วยความเมตากรุณา โดยมีสติเป็นดั่งกระจกช่วยสะท้อนให้เห็นถึงจิตใจของเรา
ทั้งหมดนี้คือวิธีฝึกฝนจิตใจให้พบกับความสุขได้ทุกวันจาก มาติเยอ ริการ์ ชายผู้ถูกเรียกว่า ‘ผู้มีความสุขที่สุดในโลก’ แม้เขาจะรู้สึกว่า การเรียกขานเช่นนั้นเกินจริงไปสักนิดแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า แนวคิดและวิธีการของเขาสามารถสร้างความสุขให้เกิดขึ้นได้จริงอย่างเป็นวิทยาศาสตร์และเราเองก็สามารถฝึกฝนตามได้ เพื่อที่จะได้ยกระดับความสุขไปอีกขั้น
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=739159124911888&set=a.630751835752618
Leave a Reply