
ในยุคที่ทั้งการทำงานเรียนและการพักผ่อนล้วนเชื่อมต่อกับหน้าจอคอมพิวเตอร์มือถือหรือแท็บเล็ตหลายคนอาจเผชิญกับอาการแปลกประหลาดคือรู้สึกเหมือนจะมีน้ำตาแต่กลับรู้สึกตาแห้งตาล้าและระคายเคืองอยู่บ่อยๆนี่ไม่ใช่อาการแปลกประหลาดแต่เป็นสัญญาณเตือนชัดเจนว่าดวงตาของคุณกำลังอยู่ในภาวะเสี่ยงโรคตาแห้งและอาการเมื่อยล้าจากการใช้สายตาในระยะใกล้เป็นเวลานานครับทำไมมีน้ำตาแต่ตาแห้งถึงเกิดขึ้นได้? หลายคนเข้าใจผิดว่าตาแห้งคือร่างกายผลิตน้ำตาได้น้อยลงแต่ความจริงแล้วน้ำตาของเรามี 2 ชนิดครับ
- น้ำตาพื้นฐานคือน้ำตาที่ผลิตตลอดเวลาเพื่อหล่อลื่นผิวตาป้องกันการเสียดสีและรักษาสุขภาพกระจกตา
- น้ำตาไหลมากคือน้ำตาที่ผลิตเพิ่มขึ้นเมื่อเกิดการระคายเคืองร้องไห้หรือเจอแสงจ้า
เมื่อเราเพ่งมองหน้าจอนานๆเราจะกระพริบตาน้อยลงจากปกติประมาณ 15-20 ครั้งต่อนาที เหลือเพียง 5-7 ครั้งต่อนาที ทำให้น้ำตาพื้นฐานระเหยเร็วขึ้น และไม่สามารถแผ่เคลือบผิวตาได้ทั่วถึงผิวตาจึงแห้งและเกิดแผลเล็กๆ ส่งผลให้ดวงตารับรู้ว่ามีสิ่งระคายเคืองจึงสั่งผลิตน้ำตาไหลมากทันทีแต่น้ำตาประเภทนี้ไม่มีสารหล่อลื่นเพียงพอจึงแก้ปัญหาไม่ได้ท้ายที่สุดจึงเกิดอาการมีน้ำตาแต่ตาแห้งตามมานอกจากนี้แสงสีฟ้าจากหน้าจอลมแอร์พัดเข้าตาโดยตรงอายุที่เพิ่มขึ้นยาแก้แพ้หรือโรคประจำตัวบางชนิดก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้ภาวะนี้รุนแรงขึ้นได้อีกด้วยสัญญาณบ่งบอกว่าดวงตากำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือหากคุณมีอาการเหล่านี้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ อย่ามองข้ามครับ
- ตาแห้ง รู้สึกเหมือนมีทรายหรือสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตา
- ตาล้า ปวดตึงบริเวณเบ้าตา หรือปวดหัวข้างกระบอกตา
- มองเห็นไม่ชัดเจนเป็นช่วงๆ หรือมองไกลแล้วเบลอหลังจากมองหน้าจอนาน
- แพ้แสงจ้า หรือรู้สึกระคายเคืองเมื่อเจอแสงแดด
- มีน้ำตาไหลออกมาโดยไม่ทราบสาเหตุทั้งที่ไม่ได้ร้องไห้หรือเจ็บตา
หากปล่อยไว้นานโดยไม่รักษาอาจลุกลามจนเกิดการอักเสบติดเชื้อกระจกตาขุ่นมัวและส่งผลต่อคุณภาพการมองเห็นในระยะยาวได้ครับวิธีถนอมดวงตาสำหรับคนต้องทำงานหน้าจอทุกวันนำหลักการและคำแนะนำจากจักษุแพทย์มาแบ่งปันครับทำตามง่ายๆได้ผลชัดเจน:
1. ปฏิบัติตามกฎ 20-20-20 ทุกครั้ง
ทุกๆ 20 นาที ที่มองหน้าจอให้เลื่อนสายตามองวัตถุที่อยู่ไกลออกไปประมาณ 20 ฟุต (6 เมตร) ค้างไว้อย่างน้อย 20 วินาที เพื่อให้กล้ามเนื้อตาได้ผ่อนคลายครับ
2. ปรับพฤติกรรมการกระพริบตา
ตั้งใจกระพริบตาให้ครบทั้งเปลือกตาบน-ล่าง สนิทกันแน่นๆบ่อยขึ้นเพื่อช่วยแผ่น้ำตาเคลือบผิวตาให้ทั่วและช่วยลดการระเหยของน้ำตาครับ
3. ปรับสภาพแวดล้อมและการตั้งค่าหน้าจอ
- วางหน้าจอให้อยู่ต่ำกว่าระดับสายตาเล็กน้อยเพื่อให้เปลือกตาปิดลงมากกว่าปกติลดพื้นที่ผิวตาที่สัมผัสอากาศ
- ปรับความสว่างหน้าจอให้พอดีกับแสงแวดล้อมไม่สว่างจ้าหรือมืดจนเกินไปเปิดโหมดกลางคืนหรือกรองแสงสีฟ้าเมื่อใช้งานตอนกลางคืน
- อย่าให้ลมแอร์หรือพัดลมพัดเข้าตาโดยตรง
- ใช้แผ่นกรองแสงหน้าจอหรือเลือกใช้หน้าจอที่มีเทคโนโลยีลดแสงสะท้อน
4. บำรุงดวงตาจากภายในและภายนอก
- ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อให้ร่างกายผลิตน้ำตาได้เพียงพอ
- ทานอาหารที่มีวิตามินเอ ซี อี ลูทีน ซีแซนทีนและโอเมก้า 3 เช่น ผักใบเขียว แครอท ปลาทะเล ไข่ ถั่วต่างๆ
- หากตาแห้งบ่อยๆให้ใช้น้ำตาเทียมชนิดไม่มีสารกันเสียช่วยหล่อลื่นตามความจำเป็น แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนซื้อใช้ครับ
5. พักผ่อนเพียงพอและตรวจสุขภาพตาประจำปี
นอนหลับให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อคืนเพื่อให้ดวงตาได้ซ่อมแซมตัวเองและควรเข้ารับการตรวจสุขภาพตาทุกปีหากมีอาการรุนแรงขึ้น เช่น มองไม่เห็นชัดเจนปวดตาเรื้อรังอย่ารอช้าควรไปพบจักษุแพทย์โดยตรงครับ
ดวงตาคือหน้าต่างสู่โลกการดูแลรักษาให้แข็งแรงจึงสำคัญยิ่งลองเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมวันนี้ เพื่อให้ดวงตาสดใสพร้อมรับทุกสิ่งในโลกใบนี้ได้นานที่สุดครับ
Leave a Reply