
หลายคนคงคุ้นเคยกับคำว่า “ยาแก้อักเสบ” และมักจะหยิบยาตัวนี้มากินเมื่อมีอาการป่วยไม่สบายไม่ว่าจะเป็นเจ็บคอเป็นหวัดหรือแม้กระทั่งแผลถลอกแต่รู้หรือไม่ว่ายาที่คุณคิดว่าเป็น “ยาแก้อักเสบ” จริงๆแล้วอาจเป็น “ยาปฏิชีวนะ” หรือ “ยาฆ่าเชื้อ” ที่ไม่ได้ช่วยรักษาอาการอักเสบเลยแถมยังเป็นต้นเหตุของวิกฤตสุขภาพระดับประเทศที่เรียกว่าปัญหาเชื้อดื้อยาอีกด้วย! เชื้อดื้อยาภัยเงียบที่ร้ายแรงกว่าที่คิดในประเทศไทยวิกฤตเชื้อดื้อยาไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปแต่เป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อทุกคน! ข้อมูลน่าตกใจคือปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อดื้อยาประมาณ 88,000 คนต่อปี และมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 38,000 คนต่อปี ลองจินตนาการดูว่าถ้าวันหนึ่งคุณป่วยติดเชื้อที่รุนแรงแล้วยาที่เคยใช้ได้ผลกลับไม่สามารถรักษาได้อีกต่อไปเพราะเชื้อโรคดื้อยาไปแล้วนี่คือความน่ากลัวของปัญหาเชื้อดื้อยาซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่เหมาะสมทั้งในคน สัตว์และในสภาพแวดล้อมของเรานี่แหละแยกให้ออก ‘ยาแก้อักเสบ’ vs ‘ยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ)’
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือการคิดว่ายาแก้อักเสบและยาฆ่าเชื้อ (ยาปฏิชีวนะ) เป็นยาชนิดเดียวกันแท้จริงแล้วยาทั้งสองชนิดนี้มีกลไกการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง:
- ยาแก้อักเสบ (Anti-inflammatory drugs): กลุ่มยาที่ออกฤทธิ์ลดอาการอักเสบ ปวด บวม แดง ร้อน ที่เกิดจากการตอบสนองของร่างกายต่อสิ่งแปลกปลอมหรือการบาดเจ็บ เช่น กล้ามเนื้ออักเสบจากยกของหนัก การอักเสบของผิวหนังจากแดดเผา หรืออาการเจ็บคอที่เกิดจากเชื้อไวรัส (ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ)
- ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics หรือ ยาฆ่าเชื้อ): กลุ่มยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งหรือฆ่าเชื้อแบคทีเรียโดยเฉพาะ! ยาประเภทนี้จะไม่มีผลกับเชื้อไวรัสเลย การกินยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาอาการป่วยที่เกิดจากเชื้อไวรัส (เช่น หวัดส่วนใหญ่) จึงไม่ช่วยให้อาการดีขึ้น แถมยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อดื้อยาในตัวคุณเองด้วย!
กินยาผิดไม่ได้แค่ไม่หายแต่อาจถึงตายได้!การรับประทานยาผิดประเภทไม่เพียงแต่ทำให้โรคไม่หายอาการไม่ดีขึ้นแต่ยังส่งผลเสียร้ายแรงอีกหลายอย่าง เช่น
- เชื้อดื้อยาเมื่อกินยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็นเชื้อแบคทีเรียในร่างกายจะเกิดการปรับตัวและกลายเป็นเชื้อดื้อยาทำให้ยาที่เคยใช้ได้ผลหมดประสิทธิภาพในการรักษาไปในที่สุด
- ผลข้างเคียงยาทุกชนิดมีผลข้างเคียงการกินยาที่ไม่จำเป็นจะเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงต่างๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสียผื่นแพ้ หรือรุนแรงถึงขั้นแพ้ยาขั้นรุนแรงได้
- เสียโอกาสในการรักษาหากเกิดเชื้อดื้อยาขึ้นมาจริงๆเมื่อคุณป่วยหนักด้วยการติดเชื้อแบคทีเรียที่รุนแรงคุณอาจไม่มียาใดๆที่สามารถรักษาได้ทำให้การรักษายากขึ้นซับซ้อนขึ้น และอาจถึงแก่ชีวิตได้
คำแนะนำง่ายๆ เพื่อสุขภาพที่ดีและปลอดภัย
- ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเมื่อไม่แน่ใจว่าเป็นอาการป่วยแบบไหนควรกินยาอะไรอย่าเดาเองเด็ดขาดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเสมอ
- อย่าซื้อยาปฏิชีวนะกินเองยาปฏิชีวนะเป็นยาอันตรายที่ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์และเภสัชกรเท่านั้น
- กินยาให้ครบตามคำสั่งหากแพทย์สั่งยาปฏิชีวนะควรกินให้ครบตามขนาดและระยะเวลาที่กำหนด แม้อาการจะดีขึ้นแล้วก็ตามเพื่อให้เชื้อโรคถูกกำจัดออกไปจนหมดไม่เหลือรอดและเกิดการดื้อยา
- ป้องกันตัวเองไม่ให้ป่วยบ่อยๆล้างมือบ่อยๆ กินอาหารปรุงสุกออกกำลังกายพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อลดโอกาสในการติดเชื้อ
จำไว้เสมอว่า “ยาปฏิชีวนะ” ไม่ใช่ขนมไม่ใช่ยาแก้อักเสบและไม่ใช่ยาครอบจักรวาลการใช้ยาอย่างถูกต้องและสมเหตุสมผลคือหัวใจสำคัญในการปกป้องสุขภาพของเราทุกคนและร่วมกันหยุดวิกฤตเชื้อดื้อยาเพื่ออนาคตที่ปลอดภัยกว่า!
Leave a Reply