
ก้าวสำคัญของวิทยาศาสตร์การแพทย์ในการต่อสู้โรคเรื้อรังทีมนักวิจัยจากออสเตรเลียร่วมกับเนเธอร์แลนด์ เปิดเผยความคืบหน้าของยาต้นแบบ IC7Fc ที่อาจรักษาเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคหัวใจไปพร้อมกันได้ยาตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดคอเลสเทอรอลและลดการอักเสบในร่างกายซึ่งเป็น “ตัวการร่วม” ของทั้งสองโรคปัจจุบันผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องคาดว่าภายในปี 2050 จำนวนผู้ป่วยทั่วโลกอาจสูงถึง 1.31 พันล้านคนขณะที่โรคหัวใจก็ยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งและผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่ก็มักมีความเสี่ยงหัวใจสูงตามไปด้วย
IC7Fc คืออะไร?
งานวิจัยนี้เป็นความร่วมมือของ Monash University (ออสเตรเลีย) และ Leiden University Medical Center – LUMC (เนเธอร์แลนด์) โดยทดลองยา IC7Fc ในหนูที่ถูกออกแบบให้มีระบบไขมันคล้ายมนุษย์ผลการทดลองบ่งชี้ว่า IC7Fc สามารถ
- ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
- ช่วยลดน้ำหนัก
- ลดการอุดตันในหลอดเลือดหัวใจอย่างมีนัยสำคัญ
ศาสตราจารย์ Mark Febbraio หัวหน้าทีมวิจัยเผยว่า “เราออกแบบ IC7Fc เพื่อใช้รักษาเบาหวาน แต่กลับพบว่ามันช่วยลดไขมันอุดตันในหลอดเลือดได้ดีเกินคาด”
กลไกการทำงานเลียนแบบ IL-6 แต่เลือกเฉพาะส่วนดี
IC7Fc เป็นโปรตีนที่สร้างขึ้นโดยเลียนแบบสารในร่างกายชื่อ Interleukin-6 (IL-6)
- IL-6 ปกติช่วยด้านการเผาผลาญและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
- แต่สามารถกระตุ้นการอักเสบ ซึ่งไม่ดีต่อหัวใจและหลอดเลือด
นักวิจัยจึงออกแบบ IC7Fc ให้คงเฉพาะฤทธิ์ที่ช่วยเผาผลาญพลังงานและซ่อมแซมเซลล์
และตัดส่วนที่ก่อการอักเสบออกทำให้ยามีศักยภาพสูงขึ้นและปลอดภัยกว่า
ลดไขมันในเลือดได้แรงกว่าสแตติน
การทดลองแบ่งหนูเป็น 4 กลุ่ม
- ได้รับ IC7Fc
- ได้รับสแตติน
- ได้รับทั้งสองอย่าง
- ไม่ได้รับยาใด ๆ
ผลลัพธ์ที่โดดเด่น
- หนูกลุ่มที่ได้รับ IC7Fc เพียงอย่างเดียวมีไขมันในเลือดลดลงมากกว่ากลุ่มที่ได้สแตติน
- ตับผลิตไขมันน้อยลง และไขมันถูกเปลี่ยนไปใช้สร้างกรดน้ำดีมากขึ้น
- ไขมันในหลอดเลือดลดลงสูงถึง 84%
- คราบไขมันที่เหลือมีความ “เสถียร” มากขึ้น ลดโอกาสเกิดหัวใจวาย
ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ระบบเผาผลาญดีขึ้น
นักวิจัยยังพบว่า IC7Fc ช่วยลดระดับอินซูลินในเลือด ทำให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการคุมเบาหวาน ก่อนหน้านี้ยังมีงานวิจัยที่พบว่า IC7Fc ทำให้หนูอ้วนกินน้อยลงและลดไขมันตัวได้ด้วย นักวิทย์จึงมองว่ายาตัวนี้อาจมีประโยชน์สองเด้งคือลดความอ้วนลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
ยังไม่ใช่ยาสำหรับใช้ในมนุษย์
แม้ผลที่ได้จะน่าตื่นเต้น แต่ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงการทดลองในสัตว์และเป็นการทดลองระยะสั้นเท่านั้นก่อนนำมาใช้ในมนุษย์ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมทั้งเรื่องความปลอดภัย ผลข้างเคียงและประสิทธิภาพในระยะยาว ศาสตราจารย์ Febbraio ระบุว่า “IC7Fc อาจเป็นยาที่ให้ประโยชน์ทั้งลดน้ำหนักและป้องกันโรคหัวใจถือเป็นแนวทางใหม่ของการรักษาโรคเรื้อรังในอนาคต”
Leave a Reply