
เมื่ออายุเริ่มเข้าสู่ช่วงกลางวัยและสูงอายุหลายคนหันมาใส่ใจเรื่องการกินอาหารมากขึ้นโดยเน้นลดหวานลดมันและลดเค็มเพื่อสุขภาพที่ดีแต่มีสารอาหารสำคัญอีกชนิดหนึ่งที่มักถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดายนั่นคือโปรตีนหลายคนยังมีความเข้าใจผิดว่าการกินโปรตีนให้เพียงพอหรือมากขึ้นเป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายหนักหรือนักกีฬาเท่านั้นแต่ความจริงแล้วคนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปกลับเป็นกลุ่มที่ร่างกายต้องการโปรตีนมากกว่าช่วงวัยอื่นๆ เพื่อรักษาสุขภาพและคุณภาพชีวิตทำไมวัย 50+ ถึงต้องการโปรตีนสูงขึ้น?หลังจากอายุครบ 30 ปี ร่างกายมนุษย์จะเริ่มสูญเสียมวลกล้ามเนื้อตามกระบวนการธรรมชาติ เฉลี่ยประมาณ 3-8% ในทุกๆ 10 ปี และอัตราการสูญเสียจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังอายุ 60 ปี หากในช่วงนี้ได้รับโปรตีนไม่เพียงพอและไม่มีการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อร่างกายจะประสบปัญหาต่างๆ ดังนี้
- รู้สึกอ่อนแรง เหนื่อยง่ายกว่าปกติเดินช้าลงและทรงตัวได้ไม่มั่นคง
- เพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้มซึ่งอาจนำไปสู่อาการบาดเจ็บรุนแรง เช่น กระดูกหัก
- ฟื้นตัวจากการเจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บได้ช้าลง
- ระบบเผาผลาญพลังงานทำงานลดลงทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นง่ายและสะสมไขมันมากขึ้น
นอกจากเป็นวัสดุหลักในการสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อแล้วโปรตีนยังเป็นส่วนประกอบสำคัญของเอนไซม์ฮอร์โมนต่างๆและเป็นแกนหลักของระบบภูมิคุ้มกันหากขาดโปรตีน ร่างกายจะทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพและเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยบ่อยขึ้นด้วยวัย 50+ ควรกินโปรตีนวันละเท่าไร? และต้องระวังอะไรบ้าง? ตามคำแนะนำทางโภชนาการสำหรับผู้สูงอายุ ควรได้รับโปรตีนประมาณ 1.0 – 1.2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมในแต่ละวันเพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรง
ข้อควรระวัง: หากมีโรคประจำตัวโดยเฉพาะโรคไตหรือภาวะสุขภาพอื่นๆ ที่ต้องควบคุมการกินโปรตีนควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนปรับเปลี่ยนปริมาณการกินอีกจุดสำคัญที่หลายคนพลาดคืออย่าดูแค่ตัวเลขบนตาชั่งคนที่น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติอาจกลับมามีมวลกล้ามเนื้อน้อยและมีไขมันสะสมมากกว่าปกติซึ่งเรียกว่าภาวะอ้วนแต่ผอมเพิ่มความเสี่ยงโรคเรื้อรังต่างๆได้การตรวจวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกาย (BIA Body Composition Analysis) จะช่วยให้ทราบสัดส่วนที่แท้จริงของกล้ามเนื้อไขมันและปริมาณน้ำในร่างกาย ช่วยให้วางแผนการกินและดูแลตัวเองได้อย่างตรงจุดและเหมาะกับตัวเองมากที่สุด
Leave a Reply